คำแนะนำในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดสำหรับบุคลากรและนักศึกษา
ด้วยมีสถานการณ์การระบาดของโรคหัด (Measles) ในนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งโรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัสหัด สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทางอากาศ จากการไอ จาม ละอองฝอยของเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และติดต่อได้ง่ายหากสัมผัสในระยะใกล้ชิดประมาณ 3 ฟุต (1 เมตร)
การป้องกันโรคนี้สามารถปฏิบัติได้ดังนี้ :
1. สวมใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกชนิดผ้า (Disposable Mask) ทุกครั้งที่จะให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยหรือสัมผัสผู้ป่วยใกล้ชิด
2. ให้ผู้ป่วยหรือผู้สงสัยเป็นโรคหัดใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันเชื้อจากผู้ป่วยฟุ้งกระจายในอากาศ
3. บุคลากรที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ควรได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัด เพื่อกระตุ้นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หากบุคลากรอายุมากกว่า 30 ปี จะมีภูมิคุ้มกันโรคเองโดยธรรมชาติ
การให้วัคซีนป้องกันโรคหัด :
1. ฉีดวัคซีนหัด ขนาด 0.5 ml. (1 โด๊ส) ฉีดเข้าทางใต้ผิวหนังหรือฉีดเข้ากล้ามที่ต้นแขน
2. การฉีดวัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเมื่อได้รับการฉีดวัคซีนภายหลังสัมผัสกับเชื้อโรคภายใน 3 วัน (72 ชั่วโมง)
ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน :
1. มีอาการปวดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดวัคซีน ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการฉีดและจะได้หายเอง โดยไม่ต้องรักษา
2. มีไข้ต่ำ ๆ เป็นเวลา 1 2 วัน หลังจากได้รับวัคซีน 7 12 วัน
ข้อห้าม :
1. ห้ามฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดในผู้ที่แพ้วัคซีนโรคหัด
2. ห้ามใช้วัคซีนในผู้ที่แพ้สาร Kanamycin หรือ Erythromycin
3. ไม่แนะนำให้ฉีดในสตรีตั้งครรภ์
4. ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันโรคต่ำหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันร่างกาย
สถานที่ :
1. บุคลากรรับการฉีดวัคซีนที่หน่วยควบคุมโรคติดเชื้อ งานเวชกรรมสังคม ชั้น 2 อาคารเรียนรวม ตั้งแต่ เวลา 15.00 18.00 น. ในวันราชการ
2. นักศึกษารับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์บริการสุขภาพนักศึกษาตั้งแต่เวลา 08.30 20.00 น. ในวันราชการ
หากมีข้อสงสัย โปรดติดต่อ หน่วยควบคุมโรคติดเชื้อ งานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โทร.63573, 63077 (นางสายสมร พลดงนอก)
ข้อมูลจาก : คณะทำงานควบคุมการระบาดของโรคหัด โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จาก
http://www.kku.ac.th/sub/news/index.php?p=news&newsid=382&area=1 /spkha