พี่ครับ แล้ว กลุ่ม mdx อ่ะครับอยู่ที่ไหนอ่ะครับ
เหมือน 01 02 ป่าวครับ
และถ้าอยากจะต่อบอร์ดต่างประเทศ แบบจบปี 6 มี USMLE 1 2 แล้ว
อ่ะครับ จะใช้ทุนอย่างไงอ่ะครับ เป็นการพักทุนไว้ก่อนรึป่าวครับ
MDX เป็นโครงการรับความสามารถพิเศษ เหมือน MD01 02 ครับ
ถ้าจะต่อต่างประเทศ ก็ต้องใช้ทุนให้ครบก่อน หรือจ่ายเงินชดใช้ทุนแทนแล้วลาออกจากราชการ ไม่มีการพักการใช้ทุนครับ แล้ว USMLE สอบได้หลังจบมีใบประกอบโรคศิลป์เท่านั้น สอบระหว่างเรียนไม่ได้ และเป็นเงื่อนไขของ USA อย่างเดียว ที่อืนก็แล้วแต่ประเทศนั้นๆ
น้องลองไป elective ที่อเมริกาดูก็ได้ จะได้เข้าใจมากขึ้น เท่าที่พี่รู้คือน้องต้องสมัครสอบ USMLE step 1 ค่าสอบประมาณ $800 สอบที่ประเทศไทยได้ (มั้งนะ) พอสอบ step 2 จะมี 2 parts คือ clinical knowledge กับ clinical skill ซึ่งต้องบินไปสอบที่สนามสอบ 6 แห่ง (จำชื่อรัฐไม่ได้อ่ะ) ใน USA เท่านั้น ค่าสมัครสอบอย่างเดียวก็ $900 (คำนวนค่ากินอยู่เอาเองละกัน ไม่ใช่น้อยๆนะครัฟ) สอบผ่านไม่ใช่ว่าได้ license ตลอดชีพนะ ต้องคอยไปอัพเดตให้ได้ CME credit ตามเกณฑ์ที่กำหนดด้วย ไม่งั้นก็โดนเพิกถอน license ได้เหมือนกัน
พอสอบได้ปั๊บ น้องก็ต้องสมัครเรียนต่อ resident ซึ่งต้องมี CV profile อย่างเริ่ด (ประมาณว่าต้องมีงานวิจัยของตนเองที่ได้รับการตีพิมพ์ระดับประเทศหรือนำเสนอผลงานวิชาการนานาชาติ) ต้องมี recommendation จากอาจารย์แพทย์ที่เป็นที่รู้จัก (คือเขาต้องเคยได้ยินชื่ออาจารย์ของเราอ่ะ) ผลการเรียนระดับหัวกะทิ กิจกรรมมีสม่ำเสมอไม่ขาด หรือถ้าเอาแบบขี้ร้ายที่สุดคือ มีพ่อแม่เป็น alumni ของเขา ภาษีก็จะดีขึ้นมาหน่อยอ่ะน่ะ
อย่าไปทำพฤติกรรมละเมิดลิขสิทธิ์ให้เขาเห็นนะ จะถูกมองว่าแย่มาก (เรารู้นะว่า iPhone ของนายน่ะ Jailbreak มาแล้ว อย่ามาทำตัวซึนเดเระ!!)
อยู่ที่โน่นถึงเราเป็นคนไทยก็ต้องจ่ายภาษีให้รัฐนะครัฟเพราะเขาถือว่าเราทำงานมีรายได้ (พี่อยู่ในประเทศไทยยังโดนมันตามมาเก็บภาษีเลย) ภาษีก็โหดดดดดดดมากกกกกกกกกกกก บ้านเมืองที่โน่นแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน cleveland กับ chicago นี่ก็คนละเรื่องเลยครับ เพราะฉะนั้นจะไปเรียนที่ไหนก็ต้องไปศึกษาดูลักษณะเมืองของเขาด้วยว่าเป็นไง เดินทางสะดวกมั้ย สังคมดีหรือเปล่า ภูมิอากาศเป็นยังไง อย่าลืมว่าอากาศที่โน่นมันเปลี่ยนแปลงรุนแรงกว่าบ้านเรานะครัฟ (พี่เคยยื่นรอรถบัสตอนหิมะตกหนัก อุณหภูมิ -25 + wind chill) คนในเมืองบางที่ก็อัธยาศัยดี บางทีก็มีคดีเยอะ คนเอเชียมักจะตกเป็นเหยื่อเพราะตัวเล็กกว่า (พี่ว่าตัวใหญ่แล้ว ไปอยู่ที่โน่น ตัวเท่าเด็กม.ต้นเลยอ่ะ) ถ้าเลือกผิดก็ depression ไปอีก 4 ปีเป็นอย่างต่ำนะครัฟ
แล้วถ้าโดนฟ้องขึ้นมาเนี่ย ตัวใครตัวมันนะเธอว์
ถ้าน้องมีทุนทรัพย์เพียงพอ อยากทำอะไรก็ทำเหอะ แต่พี่ว่าเรียนอยู่บ้านเรานี่แหละดีกว่า เพราะโรคที่เราเรียนมันก็วนเวียนอยู่กับบ้านเรา น้องคงไม่เจอคนเป็น Rocky mountain fever ในบ้านเราหรอก (พี่เจอมาแล้ว ที่ USA อ่ะนะ) อยากเพิ่มพูนทักษะก็รอให้ได้ทุนมหาวิทยาลัยหรือทุนหลวงไปเรียนดีกว่า ได้รับการยอมรับดีกว่ากันเยอะ ขอวีซ่าก็ง่ายกว่า (ขอวีซ่านั่นแหละโหดเอาเรื่อง)
ปล. พี่ก็อยากไปเรียนที่ USA เหมือนกันนะ แต่หนูไม่อยากจ่ายภาษีอ่ะ (ได้ข่าวว่าถึงอยู่ประเทศไทย แกก็ต้องจ่ายภาษีให้ USA อยู่ดีไม่ใช่เรอะ)