ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,705 กระทู้ ใน 10,454 หัวข้อ- โดย 2,983 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: cvcttild

24 พฤษภาคม 2012, 11:34:36
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: น้องๆรู้จักพระพุทธเจ้าหมอไหมครับ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: น้องๆรู้จักพระพุทธเจ้าหมอไหมครับ  (อ่าน 1058 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2008, 18:53:58 »


เป็นความเชื่อของนิกายมหายานโดยเฉพาะทางทิเบต
นั่นคือ พระไภษัชยคุรุ (ในไทยรู้จักในนามพระกริ่ง) เป็นพระพุทธเจ้า อีกโลกธาตุนึง ตามความเชื่อของมหายาน
เป็นที่นับถือเป็นพระหมอ (เภษัชย แปลว่ายา คุรุ แปลว่าครู)

ฝรั่งรู้จักในชื่อว่า Medicine buddha

ที่มาของพระพุทธเจ้าองค์นี้ มาจากพระสูตรชื่อ
พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร
(Bhaishajyaguru vaidurya prabhasa thathagata sutra)
ทางธิเบต นับถือมาก จะเห็นได้จาก ศิลปะที่สร้างพระ medicine budhha มักจะเป็นศิลปะธิเบตเป็นส่วนมาก





พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร (บางส่วน)

สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระศากยมุนีพุทธะ เสด็จประทับ ณ กรุงเวสาลีสุขโฆสวิหาร พร้อมด้วยพระมหาสาวก ๘,๐๐๐ องค์ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ ๓๖,๐๐๐ องค์ และพระราชาธิบดี เสนาอำมาตย์ ตลอดจนปวงเทพ

ในขณะนั้นแล พระมัญชุศรี ผู้ธรรมราชาบุตร อาศัยพระพุทธาภินิหาร ลุกขึ้นจากที่ประทับทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่งลงคุกพระชาณุกับแผ่นดิน ณ เบื้องพระพักตร์ของสมเด็จพระโลกนาถเจ้า ประคองอัญชุลีกราบทูลว่า

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์โปรดประทานพระธรรมเทศนา พระพุทธนามและมหามูลปณิธาน และคุณวิเศษอันโอฬาร แห่งปวงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย เพื่อยังผู้สดับพระธรรมกถานี้ให้ได้รับหิตประโยชน์บรรลุถึงสุขภูมิ”

พระบรมศาสดาทรงรับอาราธนาของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ แล้วจึงทรงพระเกียรติคุณของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าว่า

“ดูก่อนกุลบุตร จากที่นี้ไปทางทิศตะวันออก ผ่านโลกธาตุ อันมีจำนวนดุจเม็ดทรายในคงคานที ๑๐ นที รวมกัน ณ ที่นั้นมีโลกธาตุหนึ่งนามว่า วิสุทธิไพฑูรย์โลกธาตุ ณ โลกธาตุนั้น มีพระพุทธเจ้าซึ่งทรงพระนามว่า ไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาตถาคต พระองค์ถึงพร้อมด้วยพระภาคเป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ตรัสรู้ดีชอบแล้วด้วยพระองค์เอง เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิชาและจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้ยอดเยี่ยมไม่มีใครเปรียบ เป็นสารถีฝึกบุรุษ เป็นศาสดาแห่งเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรมกล่าวสอนสัตว์

ดูก่อนมัญชุศรี ณ เบื้องอดีตภาค เมื่อตถาคตเจ้าพระองค์นี้ ยังเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงตั้งมหาปณิธาน ๑๒ ประการเพื่อยังความต้องการแห่งสรรพสัตว์ให้บรรลุ”

ก็มหาปณิธาน ๑๒ ประการเป็นไฉน

第一大願。願我來世得阿耨多羅三藐三菩提時。自身光明熾然。照曜無量無數無邊世界。以三十二大丈夫相八十隨好莊嚴其身。令一切有情如我無異
1. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งมีวรกายอันรุ่งเรือง ส่องสาดทั่วอนันตโลกธาตุ บริบูรณ์ด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ และอนุพยัญชนะ ๘๐ ขอให้สรรพสัตว์จงมีวรกายดุเดียวกับเรา

第二大願。願我來世得菩提時。身如琉璃內外明徹淨無瑕穢。光明廣大功德巍巍。身善安住焰網莊嚴過於日月。幽冥眾生悉蒙開曉。隨意所趣作諸事業

2 .ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ขอให้วรกายของเรามีสีสันดุจไพฑูลย์ มีรัศมีรุ่งโรจน์โชตนาการยิ่งกว่าแสงจันทร์และแสงอาทิตย์ ประดับด้วยคุณาลังการอันมโหฬารไพศาลพันลึก ส่องทางให้แก่สัตว์ที่ตกอยู่ในอบายคติ ให้หลุดพ้นเข้าสู่คติที่ชอบตามปรารถนา

第三大願。願我來世得菩提時。以無量無邊智慧方便。令諸有情皆得無盡。所受用物。莫令眾生有所乏少

3. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ก็ขอให้เราได้ใช้ปัญญาโกศลอันล้ำลึกสุขุมไม่มีที่สิ้นสุด ยังสรรพสัตว์ให้ได้รับโภคสมบัตินานาประการ อย่าได้มีความยากจนใดๆ

第四大願。願我來世得菩提時。若諸有情行邪道者。悉令安住菩提道中。若行聲聞獨覺乘者。皆以大乘而安立之

4. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากมีสัตว์ใดที่เป็นมิจฉาทิฐิ ก็ขอให้เรายังเขาให้ตั้งมั่นในสัมมาทิฐิในโพธิมรรค หากมีสัตว์ใดดำเนินปฏิปทาแบบสาวกยาน ปัจเจกยาน ก็ขอให้เราสามารถยังเขามาดำเนินปฏิทาแบบมหายาน

第五大願。願我來世得菩提時。若有無量無邊有情。於我法中修行梵行。一切皆令得不缺戒具三聚戒。設有毀犯聞我名已。還得清淨不墮惡趣

5. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากมีสรรพสัตว์ใดมาประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยของเรา ก็ขอให้เขาเหล่านั้นอย่าได้มีศีลวิบัติเลย จงบริบูรณ์ด้วยองค์แห่งศีลทั้ง ๓ เถิด หากมีผู้ใดศีลวิบัติ เมื่อได้สดับนามแห่งเรา ก็ขอให้จงบริบูรณ์ดุจเดิมไปตกสู่ทุคตินิรยาบาย

第六大願。願我來世得菩提時。若諸有情。其身下劣諸根不具。醜陋頑愚盲聾瘖啞攣躄背僂白癩癲狂種種病苦。聞我名已一切皆得端正黠慧。諸根完具無諸疾苦

6. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากมีสรรพสัตว์มีกายอันเลวทราม มีอินทรีย์อันไม่ผ่องใส โง่เขลาเบาปัญญา ตาบอดหรือหูหนวกเป็นใบ้ หรือหลังค่อม สารพัดพยาธิทุกข์ต่างๆ เมื่อได้สดับนามแห่งเรา ก็ขอให้หลุดพ้นจากปวงทุกข์เหล่านั้น มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีอินทรีย์ผ่องใสสมบูรณ์

第七大願。願我來世得菩提時。若諸有情。眾病逼切無救無歸無醫無藥無親無家貧窮多苦。我之名號一經其耳。眾病悉得除身心安樂。家屬資具悉皆豐足。乃至證得無上菩提

7. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากมีสรรพสัตว์อันทุกข์เบียดเบียน ปราศจากที่พึ่งพิงและที่อยู่อาศัย ปราศจากแพทย์และยา ปราศจากวงศาคณาญาติ อันความยากจนข้นแค้น มีทุกข์มาเบียดเบียนแล้ว เพียงแต่นามแห่งเราผ่านโสตของเขาเท่านั้น ขอสรรพความเจ็บป่วยจงปราศไปสิ้น เป็นผู้มีกายใจอันผาสุก มีบ้านเรือนอาศัย พรั่งพร้อมด้วยธนสารสมบัติ จนที่สุดก็จักได้สำเร็จแก่พระโพธิญาณ

第八大願。願我來世得菩提時。若有女人。為女百惡之所逼惱。極生厭離願捨女身。聞我名已一切皆得轉女成男具丈夫相。乃至證得無上菩提

8. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากมีอิสตรีใด มีความเบื่อหน่ายต่อเพศแห่งตน ปรารถนาจะกลับเพศเป็นบุรุษไซร้ มาตรว่าได้สดับนามแห่งเรา ก็จงสามารถเปลี่ยนเพศจากหญิงเป็นชายได้ตามปรารถนา จนที่สุดก็จักได้สำเร็จแก่พระโพธิญาณ

第九大願。願我來世得菩提時。令諸有情。出魔罥網。解脫一切外道纏縛。若墮種種惡見稠林。皆當引攝置於正見。漸令修習諸菩薩行速證無上正等菩提

9. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เราจงสามารถยังสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากข่ายแห่งมาร และเครื่องผูกพันของเหล่ามิจฉาทิฐิให้สัตว์เหล่านั้น ตั้งอยู่ในสัมมาทิฐิ และให้ได้บำเพ็ญโพธิสัตย์จริยาจนบรรลุพระโพธิ ญาณในที่สุด

第十大願。願我來世得菩提時。若諸有情。王法所錄。縲縛鞭撻繫閉牢獄或當刑戮。及餘無量災難凌辱悲愁煎迫。身心受苦。若聞我名。以我福德威神力故。皆得解脫一切憂苦

10. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ มีสัตว์เหล่าใดถูกต้องพระราชอาญา ต้องคุมขัง รับทัณฑกรรมในคุกตะราง หรือต้องอาญาถึงประหารชีวิต ตลอดจนได้รับการข่มเหงคะเนงร้าย ดูหมิ่นดูแคลนเหยียดหยามอื่นๆ เป็นผู้มีอันคับแค้นเผาลนแล้ว มีใจกายอันวิปฏิสารอยู่ หากได้สดับนามแห่งเรา ได้อาศัยบารมี และคุณาภินิหารย์ของเรา ขอสัตว์เหล่านั้นจงหลุดพ้นจากปวงทุกข์ดังกล่าว

第十一大願。願我來世得菩提時。若諸有情。飢渴所惱。為求食故造諸惡業。得聞我名專念受持。我當先以上妙飲食飽足其身。後以法味。畢竟安樂而建立之

11. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ มีสัตว์เหล่าใดมีความทุกข์ด้วยหิวกระหายแล้ว ประกอบอกุศลกรรมเพราะเหตุแห่งอาหารไซร้ หากได้สดับนามแห่งเรา มีจิตหมั่นตรึกนึกภาวนาเป็นนิตย์ เราจักประทานเครื่องอุปโภค บริโภค อันประณีตแก่เขา ยังเขาให้อิ่มหนำสำราญแล้ว จักประทานธรรมรสแก่เขาให้เราได้รับความสุข

第十二大願。願我來世得菩提時。若諸有情。貧無衣服。蚊虻寒熱晝夜逼惱。若聞我名專念受持。如其所好即得種種上妙衣服。亦得一切寶莊嚴具華鬘塗香鼓樂眾伎。隨心所翫皆令滿足

12. ในกาลใด ที่เราได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ มีสัตว์เหล่าใดที่ยากจน ปราศจากอาภรณ์นุ่งห่มอันความหนาวร้อน และเหลือบยุงเบียดเบียนทั้งกลางวันและกลางคืน หากได้สดับนามแห่งเราและหมั่นรำลึกถึงเราไซร้ เขาจักได้สิ่งที่ปรารถนาและจักบริบูรณ์ด้วยธนสารสมบัติ สรรพอาภรณ์ เครื่องประดับและเครื่องบำรุงความสุขต่างๆ ฯลฯ

ครั้นแล้ว พระบรมศาสดาศากยมุนีพุทธเจ้า ตรัสต่อไปว่า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้านี้ มีพระโพธิสัตว์ผู้ใหญ่ ๒ องค์ คือ พระสุริยไวโรจนะ และพระจันทรไวโรจนะ เป็นพระโพธิสัตว์ผู้ช่วยของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า เบื้องปลายแห่งพระสูตรนั้น ทรงแสดงอานิสงส์ของการบูชาพระไภษัชยคุรุว่า

“ผู้ใดก็ดี ได้บูชาพระองค์ด้วยความเคารพเลื่อมใสแล้ว ก็จักเจริญด้วย อายุ วรรณ สุข พละ ปราศจากภัยบีฑา ไม่ฝันร้าย ศัสตรวุธทำอันตรายมิได้ สัตว์ร้ายทำอันตรายมิได้ โจรภัยทำอันตรายมิได้ ยาพิษทำอันตรายมิได้ ฯลฯ”

นอกจากนั้นทรงแสดงถึงพิธีจัดมณฑลบูชา พระไภษัชยคุรุ อีกด้วยว่า ต้องจัดพิธีมีเครื่องบูชาอย่างนั้นๆ และทรงประทานพระคาถาบูชา พระไภษัชยคุรุ ด้วยในเวลาตรัสพระคาถานี้ พระบรมศาสดาทรงประทับเข้าสมาธิชื่อ “สรวสัตวทุกขภินทนาสมาธิ” ปรากฏรัศมีไพโรจน์ขึ้นเหนือพระเกตุมาลา
แล้วจึงตรัสพระคาถามหาธารณี ดังนี้

“นโม ภควเต ไภษชฺยคุรุ ไวฑูรฺยปรฺภาราชาย ตถาคตยารฺทเต สมฺยกฺสมฺพุทฺธาย โอมฺ ไภเษชฺเย ไภเษชฺย สมุรฺคเตสฺวาหฺ”

ครั้นตรัสพระมหาธารณีนี้แล้ว พสุธาก็กัมปนาทหวาดไหว แสงสว่างอันโอฬารก็ปรากฏ สัตว์ทั้งปวงก็หลุดพ้นจากสรรพพยาธิ บรรลุสุขสันติอันประณีตแล้ว พระบรมศาสดา จึงตรัสว่า

“ดูก่อนมัญชุศรี ถ้ามีกุลบุตร กุลธิดาใด อันพยาธิทุกข์เบียดเบียนแล้ว ถึงตั้งจิตให้เป็นสมาธิ แล้วนำพระมหาธารณีบทนี้ ปลุกเสกอาหารหรือยา หรือน้ำดื่มครบ ๑๐๘ หน แล้วดื่มกินเข้าไปเถิด จักสามารถดับสรรพปวงพยาธิได้ ฯลฯ”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 พฤศจิกายน 2008, 19:20:18 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
Zhōu_Yú
เซียนพระนิรนาม
Moderator
นกน้อย LV.99
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 892

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 34
-เขาให้: 51


โดดเดี่ยว...ท่ามกลางฝูงชน


« ตอบ #1 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2008, 22:24:18 »

ตอนแรกที่ศึกษาพระเครื่องก็หาประวัติพระกริ่งมานาน
 เพิ่งเข้าใจประวัติก็วันนี้เอง  ได้ความรู้มากเลยคับพี่




อันนี้เป็นรูปพระกริ่งนะคับ  เซียนพระเขาเรียกว่าพระกริ่งนอก  เพราะสร้างในประเทศจีน
คนจีนที่เข้ามาค้าขายที่เมืองไทย  นำติดตัวมาด้วย
เชื่อกันว่ามีพุทธคุณเด่นในเรื่องรักษาโรคอะคับ 
แต่ก่อนเขาจะใช้ในการทำน้ำมนต์
แต่สมัยนี้หาของแท้ยากมาก ๆ  นาน ๆ จะเจอที  แล้วราคาก็เจ็ดหลัก
ใครที่มีไว้ก็เลยหวงแหนไปตาม ๆ กัน


* ritdibj'ovd.jpg (85.5 KB, 800x600 - ดู 90 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

"อยากเป็นคนเหนือคน ต้องแลกตัวตนกับอาคมศาสตรา"

คำว่า " น้อง "  ณ  วันนี้...มีความหมายมากกว่า  " คนที่เกิดทีหลังเรา "
strong baby
I'm the BLACKJACK
Medicine 36th KKU
ช้างตัวไม่ใหญ่
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 732

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 86
-เขาให้: 15



« ตอบ #2 เมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2008, 23:32:04 »

ตอนนี้มีพระกริ่งไพรีพินาศ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: น้องๆรู้จักพระพุทธเจ้าหมอไหมครับ
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007