ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,705 กระทู้ ใน 10,454 หัวข้อ- โดย 2,983 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: cvcttild

24 พฤษภาคม 2012, 11:45:17
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: รักษาศีล ๕ อย่างไรให้บริสุทธิ์
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รักษาศีล ๕ อย่างไรให้บริสุทธิ์  (อ่าน 894 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 21:35:57 »



หลาย ๆ ท่านคงคุ้นกับคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ว่า ให้เพียรละความชั่ว เร่งทำความดี และหมั่นชำระจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ในการที่จะละความชั่ว สำหรับคฤหัสถ์ หรือผู้ครองเรือนได้นั้น ต้องพิจารณาความบริสุทธิ์ของศีล ๕ เป็นสำคัญ แต่จะทราบอย่างไรว่า ในการรักษาศีล ๕ ของเรานั้นบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
ดังนั้น ในการรักษาศีล เราจึงควรศึกษาทำความเข้าใจในเรื่ององค์ประกอบของศีล ซึ่งเป็นหลักในการพิจารณาว่า ศีลขาดหรือไม่ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบชองศีล ๕ ดังนี้คือ
ศีลข้อที่ ๑ เว้นจากการฆ่าสัตว์ มีประกอบด้วยองค์ ๕ คือ
๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
๒. รู้อยู่ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓. มีจิตคิดจะฆ่าสัตว์นั้น
๔. มีความพยายามฆ่าสัตว์นั้น
๕. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น
ศีลข้อที่ ๒ เว้นจากการลักทรัพย์ ต้องประกอบด้วยองค์ ๕ คือ
๑. ทรัพย์หรือสิ่งของนั้นมีเจ้าของหวงแหน
๒. รู้อยู่ว่าทรัพย์นั้นมีเจ้าของหวงแหน
๓. มีจิตคิดจะลักทรัพย์นั้น
๔. มีความพยายามลักทรัพย์นั้น
๕. ลักทรัพย์ได้ด้วยความพยายามนั้น
ศีลข้อที่ ๓ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ต้องประกอบด้วยองค์ ๔ ดังนี้ คือ
๑. หญิงหรือชายที่ไม่ควรละเมิด คือ หญิงที่ไม่ใช่ภรรยา หรือชายที่ไม่ใช่สามีของตน หญิงหรือชายที่อยู่ปกครองของบิดา มารดา หรือกรณีที่บุพพการี เสียชีวิต แต่มีผู้ปกครองอื่นดูแลอยู่ เช่น ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นต้น
๒. มีจิตคิดจะเสพเมถุน
๓. ประกอบกิจในการเสพเมถุน
๔. ยังอวัยวะเพศให้ถึงกัน
ศีลข้อที่ ๔ เว้นจากการพูดเท็จ ต้องประกอบด้วยองค์ ๔ คือ
๑. เรื่องนั้นไม่จริง
๒. มีจิตคิดจะพูดให้ผิดไปจากความจริง
๓. พยายามที่จะพูดให้ผิดไปจากความจริง
๔. คนฟังเข้าใจความหมายตามที่พูดนั้น
ศีลข้อที่ ๕ เว้นจากการดื่มน้ำเมา ต้องประกอบด้วยองค์ ๔ คือ
๑. น้ำที่ดื่มเป็นน้ำเมา
๒. มีจิตคิดจะดื่ม
๓. พยายามดื่ม
๔. น้ำเมานั้นล่วงพ้นลำคอลงไป
จากเรื่ององค์ประกอบของศีลนั้น ทำให้ทราบว่า ถ้าไม่ครบองค์ประกอบขอศีล ไม่ถือว่า ศีลขาด เช่น การฆ่าสัตว์มีองค์ ๕ แต่ทำไปแค่องค์ ๔ อย่างนี้เรียกว่าศีลทะลุ และถ้าลดหลั่นลงมาอีก ก็จะเรียกว่า ศีลด่าง ศีลพร้อย ตามลำดับ นอกจากนี้ พระอรรถกถาจารย์ ยังได้แสดงหลักสำหรับวินิจฉัยว่า การละเมิดศีลแต่ละข้อจะมีโทษมากหรือน้อย นั้นขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้
การฆ่าสัตว์ มีโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ
๑. พิจารณาจากคุณประโยชน์ การฆ่าสัตว์ที่มีคุณมาก จะมีโทษมากกว่าการฆ่าสัตว์ที่มีคุณน้อยหรือไม่มีคุณ เช่น ฆ่าพระอรหันต์ มีโทษมากกว่าฆ่าปุถุชน ฆ่าสัตว์ที่ช่วยงานมีโทษมากกว่าฆ่าสัตว์ดุร้าย เป็นต้น
๒. ขนาดกาย สำหรับสัตว์ดิรัจฉานจำพวกที่ไม่มีคุณเหมือนกัน การฆ่าสัตว์ใหญ่ มีโทษมาก กว่าการฆ่าสัตว์เล็ก
๓. ความพยายาม มีความพยายามในการฆ่ามาก มีโทษมาก มีความพยายามน้อย มีโทษน้อย
๔. กิเลสหรือเจตนา กิเลสหรือเจตนาแรง มีโทษมาก กิเลสหรือเจตนาอ่อน มีโทษน้อย เช่น การฆ่าด้วยโทสะ หรือความเกลียดชัง มีโทษมากกว่าการฆ่าเพื่อป้องกันตัว
การลักทรัพย์ มีโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ
๑. คุณค่าของทรัพย์สินสิ่งของนั้น
๒. คุณความดีของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์นั้น
๓. ความพยายามในการลักทรัพย์นั้น
การประพฤติผิดในกาม มีโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ
๑. คุณความดีของผู้ที่ถูกละเมิด
๒. ความแรงของกิเลส
๓. ความเพียรพยายามในการประพฤติผิดในกามนั้น
การพูดเท็จ มีโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ
๑. ความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามากน้อยเพียงใด
๒. คุณความดีของผู้ที่ถูกละเมิด
๓. ผู้พูดนั้นเป็นใคร เช่น
- คฤหัสถ์ (ผุ้ครองเรือน) ที่โกหกว่า " ไม่มี " เพราะไม่อยากให้ของๆ ตน อย่างนี้มีโทษน้อย แต่การเป็นพยานเท็จมีโทษมาก
- บรรพชิต พูดเล่นมีโทษน้อย แต่การพูดว่าตน "รู้เห็น " ในสิ่งที่ตนไม่รู้ไม่เห็น จึงมีโทษมาก
การดื่มน้ำเมา มีโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ
๑. อกุศลจิต หรือกิเลสในการดื่ม
๒. ปริมาณที่ดื่ม
๓. ผลที่เกิดจากการกระทำผิดพลาด ชั่วร้าย ที่ตามมาจากการดื่มน้ำเมา
อย่างไรก็ตาม การละเมิดศีลในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นศีลขาด ศีลทะลุ ศีลต่าง หรือ ศีลพร้อย ล้วนแล้วแต่ทำให้ใจเราไม่บริสุทธิ์ หรือเรียกว่า “บาป” เป็นหนทางสู่ประตูอบายภูมิ ในการรักษาศีลที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นนั้น ควรกระทำควบคู่กับการรักษากุศลกรรมบถ ๑๐ และตั้งใจว่า เราจะไม่ละเมิดศีลด้วยตนเอง เราจะไม่ยุยงให้คนอื่นผิดศีล และเมื่อเห็นคนอื่นผิดศีลแล้วเราจะไม่พลอยยินดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักปฏิบัติที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้ตนเองพ้นทุกข์นั้น จะต้องมีการรักษาศีลของตนให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ เมื่อศีลบริสุทธิ์แล้ว จะมีความเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติ และเข้าสู่กระแสของมรรค ผล นิพพานในที่สุด

บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #1 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 21:38:48 »

เพียงแค่มีสติระลึกว่าเราไม่อยากทำ ไม่ได้ตั้งใจทำศีลก็ไม่ขาดแล้ว เพราะไม่มีเจตนา เพียงแต่ด่างพร้อย
บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
Kamedii
Medicine 36th KKU
มหาเทพ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,956

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 24
-เขาให้: 10


in the darkness


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 22:15:19 »

"๓. มีจิตคิดจะฆ่าสัตว์นั้น"

แสดงว่า.. ถ้าเราเหยียบมดโดยไม่ตั้งใจก้อไม่บาปใช่ป่าวคะ ??

แร้วถ้ายุงมานมากัดเรา.. แร้วเราต่อสู้กับมันเพื่อป้องกันตัวจาบาปม้ายง่ะ ??
บันทึกการเข้า

Kamedii ^0^ Hwaiting!!
"BE HAPPY IN EVERYTHING YOU DO"

iGof
Medicine 36th KKU
บอสใหญ่ตัวจริง
มหาเทพ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,686

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 585
-เขาให้: 175


« ตอบ #3 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 22:30:07 »

รักษาศีลห้าแล้วจะบริสุทธิ์จริงหรอ

ผมว่าไม่อ่ะ...

ต้องรักษาตัวดีๆสิ(อย่าให้ใครมาเตะ) ....ถึงจะบริสุทธิ์




อย่ามาปัก...เอิ้ว...อย่ามาปัก
บันทึกการเข้า
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #4 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 22:56:42 »

พี่บอกว่าไม่ผิดศีลนะ หัวข้อคือการรักษาอย่างไรให้ศีลบริสุทธิ์
ไม่ใช่ไม่บาป เด๋วเอาเรื่องบาปกับกรรมมาให้อ่านดีกว่า

เอาคร่าวๆนะ กรรมย่อมมีผลเสมอ แต่บางทีกลายเป็นกตัตตากรรมหรืออโหสิกรรมไป เพราะไม่มีเจตนา
เรื่องของกรรมเป็นอจินไตยของปุถุชน  ไม่สามารถคาดเดาผลได้ เพราะไม่ตรงไปตรงมา(กรรมที่เราทำมามันเยอะเหลือเกิน จึงซับซ้อนในการให้ผล ยิ่งกรรมจากชาติก่อนยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร)
พระพุทธเจ้าจึงแนะวิธีเพื่อทำให้จิตตนบริสุทธิ์คือการกล่าวสมาทาน เพื่อการงดเว้น ว่าเราจะไม่ทำอย่างนี้ อย่างนี้

เอาเป็นว่าเมื่อเราตั้งใจงดเว้น เราย่อมบริสุทธิ์จากการสมาทานแล้วงดเว้น
หากทำได้ทุกข้อก็มีศีลที่เราตั้งใว้บริสุทธิ์
 การงดเว้นแล้วไม่ทำกับการที่ไม่ได้ทำโดยมิได้งดเว้น จิตย่อมต่างกัน การพัฒนาตน ย่อมต่างกัน เพราะเจตนาต่างกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2008, 21:56:16 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
Kamedii
Medicine 36th KKU
มหาเทพ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 4,956

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 24
-เขาให้: 10


in the darkness


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2008, 23:14:11 »

งง! อ่ะ

????????

บริสุทธิ์ ก่า ไม่บาป ต่างกานงัยอ๋อคะ ??

แร้วที่นู๋ถามไป.. พี่บอกว่าไม่ผิดศีล.. แร้วมานบาปมั้ยง่ะ ??
บันทึกการเข้า

Kamedii ^0^ Hwaiting!!
"BE HAPPY IN EVERYTHING YOU DO"

YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #6 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2008, 00:18:30 »

ทั้งสองอย่างเป็นกรรม อย่าง
เเรกไม่มีเจตนา น่าจะเป็นอโหสิกรรม ไม่บาป
แต่อย่างที่สอง อันนี้เป็นบาปครับ เเม้ต่อสู้เพื่อปกป้องตนเอง จนทำให้ชีวิตสัตว์อื่นตกร่วงก็ตาม
การฆ่า นอกจากฆ่ากิเลสแล้ว ย่อมนอนเป็นทุกข์ทั้งสิ้นครับ(หมายความว่าพึงรู้ไว้ว่ามีกรรมเป็นบาปติดตามไป)
พระโพธิสัตว์ยอมสละชีวิตเพื่อรักษา ศีล รักษาธรรมะ นะครับ
บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: รักษาศีล ๕ อย่างไรให้บริสุทธิ์
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007