ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,705 กระทู้ ใน 10,454 หัวข้อ- โดย 2,983 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: cvcttild

24 พฤษภาคม 2012, 11:59:12
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: ไม่ฆ่าสัตว์แต่กินเนื้อสัตว์ได้ งงอ่าดิ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่ฆ่าสัตว์แต่กินเนื้อสัตว์ได้ งงอ่าดิ  (อ่าน 726 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2008, 18:59:21 »


การฆ่าที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามเพราะทุกครั้งที่มีการฆ่าจิตจะต่ำลงๆๆๆๆ  เรื่อยๆ

เพราะเราจะฆ่า สัตว์หรือคนก็ด้วยอำนาจกิเลส อยากได้ อยากกิน อยากทำร้าย ด้วยโลภะ โทสะ หรือโมหะ หรือผสมกันไป

แต่การกินนั้นไม่จำเป็นต้องมีกิเลส ดังนั้นเราทั้งหลายผู้ถึงแล้วซึ่งพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเรียนพุทธวจนะเพื่อการฝึกตนจึงควรวางใจ วางจิตให้ถูกเพื่อลด หรือหลีกกรรมที่จะเกิดขึ้น หากเราไม่มีเจตนา กรรมที่กระทำไปย่อมกลายเป็นกรรมอันเบา อาจเป็นกรรมอันที่ใจห้ผลเมื่อกรรมอื่นไม่ให้ผล หรือเป็นอโหสิกรรมไป

ในเมื่อเราไม่ได้ฆ่าเอง เนื้อที่เราได้มาและกิน หากจะไม่ให้มีเศษกรรมติดตัวไป พึงพิจารณาโดยแยบคายว่าได้มาโดยบริสุทธิ์
ต้องเป็นเนื้อที่เราไม่ได้เห็นว่าเขาฆ่าเพื่อเรา ต้องเป็นเนื้อที่ไม่ได้ยินว่าฆ่าเพื่อเรา และสุดท้ายต้องเป็นเนื้อที่ไม่ได้สงสัยว่าเขาฆ่าเพื่อเราจึงกินเนื้อ แต่เพียงเพราะเห็นว่าเป็นซากสัตว์มิได้เป็นตัวตน บุรุษ บุคคล หรือสัตวะอันยั่งยืน เมื่อทิ้งไปย่อมเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา หากนำมารับประทานย่อมเป็นแหล่งพลังงาน เพื่อให้เราได้มีกำลังกายในการทำความดี
ในการกินเนื้อสัตว์นั้น จึงควรพิจารณาแยกธาตุ ไม่ให้ยึดติด เพราะถ้าคิดว่าเนื้อนี้รสดี เพราะเป็นเนื้อของสัตว์นี้ ความเมตตาปราณีก็จะ ลดลงเมื่อมองสัตว์ที่เป็นอาหาร

ดังนั้นจงคิดว่าเนื้อสัตว์นี่สักแต่ว่าเป็นธาตุ ตามธรรมชาติของมันเท่านั้น กำลังเป็นไปตามเหตุ ตามปัจจัย(ถ้าทิ้งไว้ก็เน่า)ไม่มีความหมายของความเป็นตัวตน ไม่ได้เป็นเนื้อหรือชีวิตของสัตว์ใด เป็นแค่ซากสัตว์นั้นๆ เรารับประทานเพื่อใช้เป็นพลังงานในการทำความดี
ข้าขออุทิศความดีแก่ท่านผู้เป็นอาหารของเรา หากชาติหน้าเราได้เกิดเป็นเดรฉาน
 หากเกิดเป็นสัตว์ขอให้ได้เป็นสัตว์ที่ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น
 หากเป็นอาหารก็ขอให้ได้เป็นอาหารแก่พระโพธิสัตว์ แก่คนดี แก่ผุ้ทรงศีล ผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ทำคุณประโยชน์ด้วยเทอญ สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2008, 19:16:13 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #1 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2008, 19:03:21 »

นอกจากนี้การกินอาหาร พระพุทธองค์ยังสอนให้มองการกินเสมือน บิดา มารดาและลูก(ทารกน้อยๆ) ที่กำลังเดินทางข้ามทะแลทราย ไม่มีอาหาร บิดาและมารดาจึงได้ฆ่าลูกตนแล้วทำเป็นเนื้อแห้งเป็นอาหารเพื่อเดินทางข้ามทะเลทราย
เช่นเดียวกัน การกินอาหารให้กินให้พอเหมาะพอควรเพื่อแค่การมีชีวิตอยู่เปรียบประดุจการกินเนื้อลูกเพื่อการอยู่รอด ไม่ได้เพื่อบำรุง บำเรอกิเลส ไม่ได้อยากกินแต่กินเพราะความจำเป็น จึงกินให้น้อยที่สุด พอเหมาะพอควรแก่ตน รู้จักตนว่าเป็นผู้ประมาณในการบริโภค
บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: ไม่ฆ่าสัตว์แต่กินเนื้อสัตว์ได้ งงอ่าดิ
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007