
อันนี้ยังไม่ถึงญี่ปุ่น ถ่ายเรี่ยราดข้างทางตอนไปกรุงเทพ

อันนี้ก็เหมือนกัน นั่งรถอยู่ดี ๆ เจอการระเบิดอย่างยิ่งใหญ่กลางท้องฟ้า เอ๊ะหรือนี่จะเป็นลางร้ายที่ไม่ควรนั่งเครื่องบิน...

มาถึงแล้วเร็วจริง ๆ นั่งเครื่องบินห้าชั่วโมงมาลงที่สนามบินนาริตะ จังหวัดโตเกียว เมืองหลวงใหม่ของญี่ปุ่นนั่นเองครับ
(เมืองหลวงเก่าคือ เกียวโต) เนื่องจากอยู่ด้านตะวันออกกว่าประเทศไทยจึงมีพระอาทิตย์ขึ้นก่อนประเทศไทยสองชั่วโมง
โตเกียว > เป็นแนวไฮเทค
เกียวโต > เป็นบรรยากาศเก่า ๆ มีวัดเยอะ
เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวจึงมีการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างดี
โดยจะมีแผนที่ตั้งอยู่ตามที่ต่าง ๆ มากมาย แม้คนญี่ปุ่นรวมถึงตำรวจท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
(จากเหตุการณ์ที่นางาซากิและฮิโรชิม่า) แต่เราก็ชี้ไม้ชี้มือคุยกันได้ จริง ๆ นะ
และถึงจะรู้ว่าเราฟังไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็จะพูดภาษาญี่ปุ่นใส่ไม่หยุดอยู่ดี
ประมาณว่าฟังน้ำเสียงฉันแล้วจงรู้สึกถึงความหมายประมาณนั้น...

อันนี้ถ่ายหน้าโรงแรม ที่มาถูกได้โดยการถามทางจากลุงคนหนึ่ง ที่พูดภาษาอังกฤษได้!
เราถามทางแกจากป้ายแผนที่ภาพก่อนหน้า คุยกันไปมาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอยู่ตรงไหนแกเลยพาเราไปหาตำรวจท่องเที่ยว
คุยกับตำรวจแทนเราจนรู้ว่าอยู่ไหนแล้วก็อาสาพาเดินไปจนถึงโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปถึงสองกิโล
แหมลุงได้สร้างความประทับใจแรกให้พวกผม คนญี่ปุ่นช่างมีน้ำใจ!

ฝาปิดท่อหน้าโรงแรม

วันแรกไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยจริง ๆ เพราะพอเข้าโรงแรมเอาของไปเก็บเสร็จเราก็ทำความรู้จักกับระบบขนส่งที่นี่
ซึ่งก็คือรถไฟ ญี่ปุ่นรถไม่ติดนะครับเพราะเขาใช้รถไฟกันหมด (มีอีกส่วนใช้จักรยาน)
ที่สถานีรถไฟเนี่ยไม่ต้องพูดคนเป็นแสน (ประชากรทั้งประเทศสิบสี่ล้าน) แถมยังเดินกันโคตรเร็วไม่รู้ว่ารีบไปไหน บรรยากาศตึงเครียดสุด ๆ อ่ะ
เข้าไปเบียดเสียดกันในรถไฟ (ใต้ที่นั่งมีฮีตเตอร์อุ่นก้นด้วย)

ภายในสถานีมีทางเดินมั่วตั้วรอบทิศแถมคนยังเดินสวนกันไปมาไม่สนใจกันอารมณ์ประมาณเครื่องจักรเจอแบบนี้ถึงกับงงกับชีวิต
ขึ้นรถเลยป้ายขึ้นรถสวนทางกะลงก่อนถึงป้ายจนหมดวัน (กำ) สรุปวันแรกได้ไปคิโนคุนิยะที่เดียว
สาขาใหญ่มีเก้าชั้นแน่ะ (มีภาษาอังกฤษชั้นเดียว)

ที่นั่งมีแยกสำหรับคนพิการ คนแก่ คนท้อง และมีเด็กเล็ก ซึ่งเค้าก็ไม่นั่งกันครับ
คนญี่ปุ่นมีวินัยสูงมาก ทำอะไรก็ต่อแถวตลอด ทั้งขึ้นลงรถไฟ เวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนเนี่ยต้องชิดซ้ายตลอด
ด้านขวาเหลือไว้ให้พวกที่รีบจริง ๆ เดินขึ้นไปก่อน (แต่ถ้าเป็นบันไดเลื่อนที่โอซาก้าจะต้องชิดขวา)
จะรีบไปไหนกันนักหนา(วะ)!

เทรนด์ล่ามาแรง คนญี่ปุ่นเวลาอยู่บนรถไฟต้องเอาโทรศัพท์แบบพับได้ขึ้นมายืนเปิดดูทันที
เข้าใจว่าอาจจะมีระบบอินเตอร์เน็ตทั้งประเทศอะไรแบบนั้น ดูข่าวฆ่าเวลาไป
ใครไม่หยิบขึ้นมานะ จะถูกมองด้วยสายตาประมาณว่า...ไม่หรอกล้อเล่นนะ
อีกอย่างคือเวลาใครได้นั่งเนี่ยจะเกิดอาการง่วงขึ้นมาทันที เรียกได้ว่านั่งหลับ-ยืนตื่นอะไรประมาณนี้ (แต่พอถึงสถานีกลับตื่นได้ว่ะ 555)

ด้วยชีวิตอันรีบเร่งของคนญี่ปุ่นตามสถานีจึงมี"ร้านยืนกิน"อยู่มากมาย ขั้นแรกดูอาหารที่ตั้งโชว์ไว้
(เหมือนจริงโคตร ๆ ไม่รู้ฟิกซ์ยังไง) เอาเงินหยอดลงเครื่อง กดปุ่มเลือกอันที่อยากกิน
อาหารก็จะออกมาจากช่องด้านล่าง....ไม่ช่ายยย จะมีคูปองออกมาให้เราเอาไปให้พ่อครัวข้างในร้านทำให้
จะทำเร็วและเหมือนในรูปเป๊ะ ก็ยืนเบียดกินกันในร้านนะ (หลายร้านก็มีเก้าอี้ให้)
ที่นี่ยิ่งทำเสียงซู้ดดังเท่าไหร่ก็แสดงว่าอร่อยมากเท่านั้น

ตะเกียบใช้แบบฉีกทั้งประเทศ รับประกันได้ว่าไม่เคยใช้มาก่อนจริง ๆ (ไม่เสียดายไม้มั่งเลยเนาะ)

ร้านขายของชำในสถานี ทุกร้านมีโชเนน จัมป์ขาย ไม่ต้องห่วง... เล่มหนาโคตรอ่านกันทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ในรถไฟนั่นแหละ

เอกลักษณ์อีกอย่างในสถานีคือตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ แหมก็กระป๋องละห้าสิบบาทเท่านั้นเอง ฮิฮิฮิ
(ที่นี่ค่าครองชีพเฉลี่ยสูงสุดในโลก ญี่ปุ่นกับฉันอย่าได้เจอกันอีกเลย...)

ที่นี่หนาวมากกกก วันที่ไปถึงคือ -1 องศา ใส่เสื้อรวมสี่ชั้นยังไม่ไหว ต้องมีถุงมือกะหมวกด้วยถึงจะเอาอยู่
ไปช่วงปลายหนาวด้วยเลยแบบซวย เจอหิมะตกกะมีไอออกปาก เทรนด์สำหรับสาว ๆ ทุกคนคือใส่ถุงน่องสีดำห่อหุ้มขาขาวใต้กระโปรงแสนสั้นนั้น
แหมเขาใส่กันสั้นจริง ๆ แล้วก็ขาวมากทั้งประเทศแต่คนสวยมีน้อย จริง ๆ ! ขาวมากทั้งประเทศแต่คนสวยมีน้อย ขอผ่านเรื่องนี้ไป...

เอ๋อที่นี่เขาฮิตใช้คิวอาร์โค้ดกันเนาะ เจริญกันจริง ๆ ห้องน้ำนะแบบไม่ต้องกดตอนฉี่เสร็จ
ไม่ต้องหมุนก๊อก เป็นเซ็นเซอร์ทั้งประเทศเลย แถมชักโครกเป็นแบบกดปุ่ม มันจะมีน้ำพุ่งออกมาล้างก้นให้ ปรับความแรงหรือให้ส่ายก็ได้นะ!

ไปโตเกียวทาวเวอร์ จ่ายเงินขึ้นไปดูโตเกียวยามค่ำคืน

มองด้านบนก็เหมือนกรุงเทพนี่แหละ

ลืมเอาขาตั้งกล้องมา เอากล้องแนบกระจกถ่ายเอาโลด 555

มีนักร้องมาด้วย ใครหว่าช่างมันเถอะ

สวัสดี

หิวข้าวแล้วอยากกินราย...ขอบคุณนางแบบกิตติมศักดิ์ที่ท่านจะเห็นไปอีกตลอดการเดินทางนี้
เอ่อ...อย่าลืมดูราคาด้วยนะ เป็นห่วง...แบบนี้จานละแปดเก้าร้อยเยน (ร้อยเยนเท่ากับสามสิบเจ็ดบาท)

ไฟที่โรงแรม

ซูมให้ดูด้วยจ๊ะ สตาร์ลี่สกาย แพทเทิร์น

นกพิราบ! เสร็จฉันล่ะ!

บุหรี่

นาฬิกา หุ่นดี...

กินกันแต่ก๋วยเตี๋ยวรึยังไงนะที่นี่! ขอเมนูอื่นได้มั้ย

(จริง ๆ มันแบ่งเป็นอุด้ง ราเมงอะไรไปอ่ะนะ ก็ไม่รู้เรื่องหรอก)

บ้านเมืองแสนสะอาด ไม่มีขยะสักชิ้น ไม่มีหมาด้วย! หมายถึงหมาข้างถนนน่ะหมาหายไปไหนหมดไม่รู้

อันนี้คือแผนที่ถนนของญี่ปุ่นแบบละเอียด หลังจากหลงอยู่พักใหญ่ได้เวลาท่องเที่ยวแล้วสินะ...

เราจะไปภูเขาไฟฟูจิกัน เขาว่าฟูจิซังชอบซ่อนตัวจากนักท่องเที่ยว
และคนที่ได้เห็นแล้ว ก็จะไม่ได้กลับมาญี่ปุ่นอีก (เกี่ยวไรกับภาพเด็กวะ!)

ฟูจิอยู่ที่ฮาโกเน่ ที่นี่มีแหล่งน้ำพุร้อน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งปิกาสโซ่ ไข่ต้มกำมะถันจนเป็นสีดำอันมีชื่อเสียง
อร่อยมาก ๆ ๆ หนาวมากด้วย

เชื่อเถอะว่าเดินทางยากมากจนอยากยกโล่ห์ให้ ต้องนั่งรถยนต์จากขอนแก่นไปกรุงเทพ
นั่งเครื่องบินไปญี่ปุ่น นั่งรถไฟไปลงสถานีใกล้ ๆ
นั่งรถบัสต่อไปตีนเขา นั่งเคเบิลคาร์ดึงขึ้นไปถึงกลางเขา
นั่งกระเช้าเคเบิลลอยฟ้าข้ามเขาไปสองลูก จนเจอทะเลสาบจบด้วยนั่งเรือมองไปทางนั้นสินักท่องเที่ยวทุกคน...ไหนอ่ะ
กำ ฝนจะตกเมฆเยอะอดดูเซ็งเป็ด หมดเวลาเดินทางเกือบทั้งวันเลยนะนั่น มาไม่ถึงญี่ปุ่นสักที...

เมื่อแดดสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

แหมถ่ายผ่านกระจกนี่มันโกลวดีจริง ๆ ! (ปานเรื่องสามร้อย)

สีเหลือง ๆ นั่นไง

เดินไกลหลาย...อีกหนึ่งกิโล (เดาเอา)

ต้มเข้าไป

กินกันเข้าไป

ไม่กลัวมันระเบิดกันเลยเนาะพวกนี้

ใช่ ๆ ก่อนถึงมีพิพิธภัณฑ์ที่บอกไป ของเขาดีจริงเชิญรับชม
อันนี้เป็นน้ำพุด้านหน้า มันหมุนมั่วไปมาได้ตามแรงน้ำที่ฉีดโดน

อันนี้เป็นแมวที่ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวหน้าพิพิธภัณฑ์
คือมันเดินอยู่แถวนั้นแล้วสาว ๆ ก็มาถ่ายรูปกันเต็มเลยถ่ายมั่ง

คาดว่ามีไว้เพื่อล้างมือ

ทางเข้า

ร้องให้จนกลายเป็นสระน้ำเลย...

ฮาบ่พิพิธภัณฑ์อะไรก็ไม่รู้

เอาสีมาเรียง ๆ กันแบบนี้ฉันก็ทำได้!!

มองไม่ออก (คนปั้นมองออกป่าวก็ไม่รู้)

น้องคนนี้อยู่ประมาณมอสาม หน้าตาน่ารักมาก ๆ ๆ ๆ สองวินาทีต่อจากนี้เธอเอาขาสองข้างขึ้นมาเกาะไอ้ลูก...กลม ๆ พวกนี้
สีขาว ชัดเจน (กำ)

ห้องน้ำ (การออกแบบแบบนี้เรียกว่ามินิมอลิสต์นะครับ คิดให้มาก ใส่ให้น้อย ประมาณนั้น)

ให้อาหารปลาคาร์ฟ หรือเค้าเรียกปลาโค่ยป่าว

ช่ายครับ บริจาคค่าอาหารปลาก่อนเนาะ....

เสียวหล่นใส่หัวเด้

เขียนว่า ห้ามเข้าไปเล่น (แน่เลย)

อะไรวะ

เมพ