สมาชิกท่านใดลืมพาสเวิร์ด สามารถแจ้งได้ที่บอร์ด Support
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง
349,705
กระทู้ ใน
10,454
หัวข้อ- โดย
2,983
สมาชิก
- สมาชิกล่าสุด:
cvcttild
24 พฤษภาคม 2012, 14:27:35
` MeDicinE KKU Community `
ห้องบรรยาย 1
ชุมนุมต่างๆ
ชุมนุมสู่แสงธรรม
(ผู้ดูแล:
Zhōu_Yú
)หัวข้อ: เจตสิก คืออะไร
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อ: เจตสิก คืออะไร (อ่าน 7089 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
ออฟไลน์
กระทู้: 281
ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16
ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+
เจตสิก คืออะไร
«
เมื่อ:
13 มีนาคม 2009, 18:40:49 »
เจตสิก ๕๒ - อาการและคุณสมบัติต่างๆของจิต หรือก็คือกลุ่มอาการของจิต
ท่านได้แบ่งออกเป็น ๕๒ ชนิด อันนอกจากเวทนาและสัญญาแล้วต่างก็ล้วนจัดเป็นสังขารขันธ์ชนิดจิตตสังขาร(มโนสังขาร)อีกด้วย, เจตสิก๕๒ ได้แก่
๑.ผัสสะ - ความกระทบอารมณ์ ๒.เวทนา - ความเสวยอารมณ์ ๓.สัญญา - ความหมายรู้อารมณ์ ๔.เจตนา - ความจงใจต่ออารมณ์ ๕.เอกัคคตา - ความมีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว ๖.ชีวิตินทรีย์ - อินทรีย์คือชีวิต,สภาวะที่เป็นใหญ่ในการรักษานามธรรมทั้งปวง ๗.มนสิการ - ความกระทำอารมณ์ไว้ในใจ,ใส่ใจ ๘.วิตก - ความตรึกอารมณ์ ๙.วิจาร - ความตรองหรือพิจารณาอารมณ์ ๑๐.อธิโมกข์ - ความปลงใจหรือปักใจในอารมณ์ ๑๑.วิริยะ - ความเพียร ๑๒.ปีติ - ความปลาบปลื้มในอารมณ์,ความอิ่มใจ ๑๓.ฉันทะ - ความพอใจในอารมณ์ ๑๔.โมหะ - ความหลง ๑๕.อหิริกะ - ความไม่ละอายต่อบาป ๑๖.อโนตตัปปะ - ความไม่สะดุ้งกลัวต่อบาป ๑๗.อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่าน ๑๘.โลภะ - ความอยากได้อารมณ์ ๑๙.ทิฎฐิ - ความเห็นผิด ๒๐.มานะ - ความถือตัว ๒๑.โทสะ - ความคิดประทุษร้าย ๒๒.อิสสา - ความริษยา ๒๓.มัจฉริยะ - ความตระหนี่ ๒๔.กุกกุจจะ - ความเดือดร้อนใจ ๒๕.ถีนะ - ความหดหู่ ๒๖.มิทธะ - ความง่วงเหงา ๒๗.วิจิกิจฉา - ความคลางแคลงสงสัย ๒๘.สัธทา(ศรัทธา) - ความเชื่อ ๒๙.สติ - ความระลึกได้,ความสำนึกพร้อมอยู่ ๓๐.หิริ - ความละอายต่อบาป ๓๑.โอตตัปปะ - ความสะดุ้งกลัวต่อบาป ๓๒.อโลภะ - ความไม่อยากได้อารมณ์ ๓๓.อโหสิ - อโทสะ - ความไม่คิดประทุษร้าย ๓๔.ตัตรมัชฌัตตตาหรืออุเบกขา - ความเป็นกลางในอารมณ์นั้นๆ ๓๕.กายปัสสัทธิ - ความสงบแห่งกองเจตสิก ๓๖.จิตตปัสสัทธิ - ความสงบแห่งจิต ๓๗.กายลหุตา - ความเบากองเจตสิก ๓๘.จิตตลหุตา - ความเบาแห่งจิต ๓๙.กายมุทุตา - ความอ่อนหรือนุ่มนวลแห่งกายหรือกองเจตสิก ๔๐.จิตตมุทุตา - ความอ่อนหรือนุ่มนวลแห่งจิต ๔๑.กายกัมมัญญตา - ความควรแก่การใช้งานแห่งกายหรือกองแห่งเจตสิก ๔๒.จิตตกัมมัญญตา - ความควรแก่การใช้งานแห่งจิต ๔๓.กายปาคุญญตา - ความคล่องแคล่วแห่งกองเจตสิก ๔๔.จิตตปาคุญญตา - ความคล่องแคล่วแห่งจิต ๔๕.กายุชุกตา - ความซื่อตรงแห่งกองเจตสิก ๔๖.จิตตุชุกตา - ความซื่อตรงแห่งจิต ๔๗.สัมมาวาจา - เจรจาชอบ ๔๘.สัมมากัมมันตะ - กระทำชอบ ๔๙.สัมมาอาชีวะ - เลี้ยงชีพชอบ ๕๐.กรุณา - ความสงสารสัตว์ผู้ถึงทุกข์ ๕๑.มุทิตา - ความยินดีต่อสัตว์ผู้ได้สุข ๕๒.ปัญญินทรีย์หรืออโมหะ - ความรู้เข้าใจ,ไม่หลง. ทั้ง๕๒นี้ ยกเว้นเพียงเวทนาและสัญญาแล้ว ที่เหลือทั้ง๕๐ ล้วนจัดเป็นสังขารขันธ์ชนิดมโนสังขารหรือจิตตสังขารด้วย
บันทึกการเข้า
บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
http://yong69.hi5.com
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
ออฟไลน์
กระทู้: 281
ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16
ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+
Re: เจตสิก คืออะไร
«
ตอบ #1 เมื่อ:
20 มีนาคม 2009, 20:56:24 »
เจตสิก คือสิ่งที่ประกอบกับจิตได้ เป็นธรรมชาติที่อาศัยจิตเกิด การที่อาศัยจิตเกิดขึ้นนี้ ไม่เหมือนกับต้นไม้ที่อาศัยพื้นแผ่นดินเกิด เพราะพื้นแผ่นดินกับต้นไม้นั้น พื้นแผ่นดินเป็นฐานรองรับ และต้นไม้ตั้งอยู่บนพื้นแผ่นดินที่รองรับนั้น ซึ่งพื้นแผ่นดินจะต้องปรากฏขึ้นก่อน เพื่อเป็นฐานรองรับให้ต้นไม้เกิดภายหลัง และการเกิดขึ้นของต้นไม้นั้นก็เป็นคนละส่วนกับพื้นแผ่นดิน คือต้นไม้ตั้งอยู่บนพื้นแผ่นดิน
เจตสิกที่อาศัยจิตนั้น มีสภาพเหมือนอาจารย์กับศิษย์ คือ ทั้งอาจารย์และศิษย์ปรากฏขึ้นพร้อมกัน เมื่อมีอาจารย์ก็ต้องมีศิษย์ หรือมีศิษย์ก็ต้องมีอาจารย์ ถ้าเว้นอาจารย์เสียแล้ว ศิษย์ย่อมมีไม่ได้ หรือถ้าเว้นศิษย์เสียแล้ว อาจารย์ก็ย่อมมีไม่ได้เช่นเดียวกัน
1. ความหมายของเจตสิก
เจตสิก หมายถึงธรรมชาติชนิดหนึ่งซึ่งประกอบกับจิต ปรุงแต่งจิตให้มีความเป็นไปต่าง ๆ(ขุนสรรพกิจโกศล 2510 : 2-3) อาการที่ประกอบกับจิตนั้น มีลักษณะ 4 ประการคือ
1. เกิดพร้อมกับจิต 2. ดับพร้อมกับจิต 3. มีอารมณ์เดียวกับจิต 4. อาศัยวัตถุเดียวกับจิต
จิตและเจตสิกที่อิงอาศัยกันนี้ถ้าเปรียบจิตเป็นน้ำ เจตสิกเป็นสีแดง ผสมกันเป็นน้ำแดงเมื่อผสมกันแล้วไม่สามารถแยกน้ำออกจากสีแดงได้ฉันใดจิตและเจตสิกก็ไม่สามารถแยกออกจากกันเป็นอิสระได้ฉันนั้น สภาวธรรม รวม 4 ประการของเจตสิกมีดังนี้
<CENTER><TABLE id=AutoNumber2 style="BORDER-COLLAPSE: collapse" borderColor=#111111 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="61%" border=0><TBODY><TR><TD width="73%">1. ลักษณะของเจตสิกคือ มีการอาศัยจิตเกิดขึ้น2. กิจการงานของเจตสิกคือ เกิดร่วมกับจิต
3. ผลงานของเจตสิกคือ รับอารมณ์อย่างเดียวกับจิต4. เหตุที่ทำให้เจตสิกเกิดขึ้นได้ คือ การเกิดขึ้นของจิต
</TD><TD width="27%">
</TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER>
เจตสิกนี้แม้ว่าจะเป็นสิ่งปรุงแต่งจิตให้จิตมีพฤติกรรมเป็นไปตามลักษณะของเจตสิกก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าจิตเป็นใหญ่เป็นประธาน เพราะเจตสิกเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยจิตเกิด ไม่ว่าจะเป็นความพอใจความไม่พอใจ ความรัก ความเกลียด ความสงบ หรือฟุ้งซ่านล้วนเป็นคุณสมบัติของเจตสิกทั้งสิ้น แต่เจตสิกเกิดขึ้นเอง และแสดงพฤติกรรมเองไม่ได้ต้องอาศัยจิตเป็นตัวแสดงพฤติกรรมแทน
จึงกล่าวได้ว่า ธรรมชาติของเจตสิกนั้นเกิดพร้อมกับจิต หรือประกอบกับจิตเป็นนิตย์ หรือธรรมชาติ ที่ประกอบกับจิตเป็นนิตย์ ชื่อว่า เจตสิก
การที่ต้องแบ่งจิตออกไปมากมายนั้น เพราะเจตสิกที่ประกอบจิต มีประเภทต่าง ๆ กัน จิตสัมพันธ์กับโลกภายนอก โดยการเข้าไปรับรู้โลกเป็นอารมณ์ แต่การรับรู้นั้นต้องอาศัยเจตสิกที่เป็นตัวกระทบอารมณ์ครั้งแรก(ผัสสะเจตสิก) เป็นต้น และเจตสิกอื่น ๆ ก็จะร่วมปรุงแต่งจิตให้เป็นไปในอาการต่างๆ
การปรุงแต่งของเจตสิก ที่เกิดพร้อมกับจิตนั้น ทำให้จิตมีความสามารถในการรู้อารมณ์พิเศษแตกต่างกันออกไป เช่น รู้เรื่องของกามคุณอารมณ์ เรื่องของรูปฌาน อรูปฌาน จนถึงรู้นิพพานอารมณ์
ที่กล่าวว่าเจตสิก คือ กลุ่มนามธรรมที่เกิดในจิต โดยเป็นไปเนื่องกับจิตหมายถึง กลุ่มธรรมอันมีผัสสะเป็นต้นนั้น มีความเป็นไปของกลุ่มธรรม ที่คล้ายเป็นอันเดียวกับจิต ด้วยลักษณะมีการเกิดขณะเดียวกับจิตนั่นเอง ข้อความนี้แสดงว่า เหมือนดั่งดอกไม้ ที่เนื่องอยู่ในขั้วเดียวกัน ในช่อดอกไม้ช่อหนึ่ง
สภาพธรรม คือเจตสิก มีใจเป็นผู้นำ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จด้วยใจ
หมายความว่า ผัสสะ เป็นต้น จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีจิต แต่จิตเป็นไปได้ แม้จะไม่มีเจตสิกบางดวงเกิดร่วม เช่น กลุ่มปัญจวิญญาณ ย่อมเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีวิตกเจตสิกร่วมด้วย เป็นต้น จึงควรกล่าวว่าเจตสิกเนื่องกับจิต แต่ไม่ควรกล่าวว่าจิตเนื่องกับเจตสิก
พระบาลีว่า “ สำเร็จด้วยใจ” หมายความว่า ถูกจิตกระทำให้สำเร็จ กล่าวคือ เป็นอาการของจิต
2. ประเภทของเจตสิก
เจตสิกมีลักษณะที่แตกต่างกันรวม 52 ลักษณะ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ (จากแผนผังเรื่องเจตสิก)
<CENTER>
<CENTER><TABLE id=AutoNumber1 style="BORDER-COLLAPSE: collapse" borderColor=#111111 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="39%" border=0><TBODY><TR><TD align=middle width="73%">1</TD><TD align=middle width="10%">2</TD><TD align=middle width="7%">3</TD><TD align=middle width="10%">4</TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER>
2.1อัญญสมานาเจตสิกหมายถึง เจตสิกฝ่ายกลาง ๆ ที่สามารถเข้าประกอบกับจิตได้ ทั้งกลุ่มกุศลจิต กลุ่มอกุศลจิต และกลุ่มจิตที่ไม่ใช่กุศล / อกุศล(อัพยากตะจิต)
อัญญสมานาเจตสิกมี 13 ดวงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม(แถว) ได้แก่
1. กลุ่มเจตสิกแถวบน 7 ดวง เป็นกลุ่มเจตสิกที่ประกอบได้กับจิตทั่วไปทุกดวง (89 หรือ121ดวง) เจตสิกกลุ่มนี้เวลาเข้าประกอบ จะเข้าพร้อมกันทั้ง 7 ดวง แยกจากกันไม่ได้ จึงเรียกเจตสิกกลุ่มนี้ว่า สัพพสาธารณะเจตสิก 72. กลุ่มเจตสิกแถวล่าง 6 ดวง เป็นกลุ่มเจตสิกที่เข้าประกอบได้กับจิตทั่วไปเช่นกัน แต่เวลาเข้า ประกอบ จะเข้าไม่พร้อมกันก็ได้ แยกกันประกอบได้ เจตสิกกลุ่มนี้เรียกว่า ปกิณณกะเจตสิก 6
<CENTER>
2.2 อกุศลเจตสิกหมายถึง เจตสิกฝ่ายอกุศล เป็นกลุ่มเจตสิกที่ประกอบได้กับจิตที่เป็นอกุศลเท่านั้น กลุ่มอกุศลจิต มี 14 ดวงแบ่งเป็น 5 กลุ่ม(แถว) ความหมายของแต่ละดวง จะกล่าวในบทต่อไป ในที่นี้จะแสดงเพียงชื่อของกลุ่ม และเจตสิกในกลุ่มก่อน กล่าวคือ
1. กลุ่มโมหะเจตสิก 4 ดวง(โมจตุกะ 4)ได้แก่ โมหะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อุทธัจจะ
2. กลุ่มโลภะเจตสิก 3 ดวง(โลติกะ3) ได้แก่ โลภะ ทิฏฐิ มานะ
<CENTER>
3. กลุ่มโทสะเจตสิก 4 ดวง(โทจตุกะ 4)ได้แก่ โทสะ อิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ
<CENTER>
4. กลุ่มที่ทำให้หดหู่ ท้อถอย(ถีทุกะ2)ได้แก่ ถีนะเจตสิก มิทะเจตสิก
<CENTER>
5. กลุ่มความลังเลสงสัย(วิจิกิจฉา1) ได้แก่ วิจิกิจฉาเจตสิก (มีเพียง 1 ดวง)
<CENTER>
2.3โสภณเจตสิก หมายถึง กลุ่มเจตสิกฝ่ายดีงาม เป็นกลุ่มที่ประกอบได้กับโสภณจิต (ยกเว้นกลุ่มอกุศลจิต และกลุ่มอเหตุกจิตแล้ว จิตที่เหลือชื่อว่าโสภณะจิต) โสภณเจตสิกมี 25 ดวง แบ่งเป็น 4 กลุ่มดังนี้
1. โสภณสาธารณะเจตสิก 19 ได้แก่ สัทธา สติ หิริ โอตัปปะ..... เป็นต้น
2. วิรตีเจตสิก 3 ได้แก่ สัมมาวาจาเจตสิก สัมมากัมมันตะเจตสิก สัมมาอาชีวะเจตสิก
<CENTER><CENTER><CENTER><CENTER>
3. อัปมัญญาเจตสิก 2 ได้แก่ กรุณาเจตสิก มุฑิตาเจตสิก
<CENTER><CENTER><CENTER><CENTER>
4. ปัญญาเจตสิก 1 ได้แก่ ปัญญาเจตสิก หรือปัญญินทรีย์เจตสิก
<CENTER><CENTER><CENTER><CENTER>
การที่จิตและเจตสิกจะประกอบกันได้จำต้องมีคุณสมบัติที่คล้ายกันจึงอยู่ในที่เดียวกันได้ เช่น โลภะเจตสิก จะต้องประกอบได้กับโลภะมูลจิตเท่านั้นเมื่อประกอบกันแล้วโลภะจิตดวงนี้จึงจะสามารถแสดงอำนาจความอยากได้ออกมาโทสะเจตสิกก็ต้องประกอบกับโทสะมูลจิตเท่านั้น โทสะเจตสิกจะ ประกอบกับโลภะจิตไม่ได้เพราะเป็นสภาพธรรมที่ตรงข้ามกัน คือ โลภะเจตสิกมีสภาพติดใจในอารมณ์ส่วนโทสะเจตสิกมีสภาพประทุษร้ายทำลายอารมณ์ จึงเข้ากันไม่ได้ในทำนองเดียวกัน เจตสิกฝ่ายอกุศล ก็จะเข้ากับโสภณเจตสิกก็ไม่ได้เช่นกัน
<CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER><CENTER>
กล่าวโดยสรุป ธรรมชาติของเจตสิกนั้นเกิดพร้อมกับจิต หรือประกอบกับจิตเป็นนิตย์เมื่อประกอบแล้ว ทำให้จิตเป็นบุญ(กุศล) หรือเป็นบาป(อกุศล) ตามการเข้าประกอบ เจตสิกแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ เจตสิกฝ่ายกลาง เข้าได้กับจิตทุกกลุ่ม เรียกว่า อัญญสมานาเจตสิก มี 13 ดวง กลุ่มที่ 2 คือ เจตสิกฝ่ายอกุศลได้แก่ อกุศลเจตสิกมี 14 ดวง เข้าได้กับ กลุ่มอกุศลจิตเท่านั้น กลุ่มสุดท้ายคือเจตสิกฝ่ายดีงาม เข้าได้กับกลุ่มโสภณจิตเท่านั้น โสภณเจตสิกมี 25 ดวง
บันทึกการเข้า
บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
http://yong69.hi5.com
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
` MeDicinE KKU Community `
ห้องบรรยาย 1
ชุมนุมต่างๆ
ชุมนุมสู่แสงธรรม
(ผู้ดูแล:
Zhōu_Yú
)หัวข้อ: เจตสิก คืออะไร
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หน้าพระรูป
-----------------------------
=> ข่าว-ประกาศ
=> มุมเด็กมัธยม
===> ค่ายสานฝันฉันจะเป็นหมอครั้งที่ 14
=> MED-REVIEWS
=> Support
-----------------------------
ห้องบรรยาย 1
-----------------------------
=> พูด-คุย เรื่องทั่วไป
=> ห้องตรวจโรคหมายเลข 13
=> Caféiers
===> เกม
=> ชุมนุมต่างๆ
===> ชุมนุมคอมพิวเตอร์และการถ่ายภาพ
===> ชุมนุมเชียร์ลีดเดอร์
===> ชุมนุมบริดจ์และหมากกระดาน
===> ชุมนุมขับร้องและดนตรีสากล
===> ชุมนุมสู่สังคม
===> ชุมนุมอนุรักษ์ธรรมชาติ
===> ชุมนุมวิเทศสัมพันธ์
===> ชุมนุมดนตรีไทย
===> ชุมนุมสู่แสงธรรม
===> ชุมนุมประสานเสียง
===> ชุมนุมฟุตบอล
===> ชุมนุมเต้น
===> ชุมนุมเติมฝันเมล็ดพันธุ์ใหม่
-----------------------------
Medicine's Alumni
-----------------------------
=> Medicine 34th KKU
-----------------------------
We are medicine of Khon Kaen
-----------------------------
=> Medicine 39th KKU
=> PreMed 40th KKU
-----------------------------
วิชาการ
-----------------------------
===> Life and Life Cycle ll (new)
===> Professional Development (new)
-----------------------------
Admin Area
-----------------------------
=> ค่ายสานฝันฉันจะเป็นหมอครั้งที่ 13
Hot!!!
Since 6 March 2007