ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

348,978 กระทู้ ใน 10,394 หัวข้อ- โดย 2,804 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: puri

8 กุมภาพันธ์ 2012, 23:47:48
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: คนที่กิเลสน้อยจะบรรลุธรรมได้ก่อน หรือ&#
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คนที่กิเลสน้อยจะบรรลุธรรมได้ก่อน หรือ&#  (อ่าน 1154 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 10


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« เมื่อ: 21 มีนาคม 2009, 18:33:12 »


ความจริงแล้ว
การบรรลุธรรมนั้นมิได้ขึ้นกับกิเลสแต่ขึ้นกับ อินทรีย์ห้า ว่าแก่อ่อนหรือไม่
และไม่จำเป็น จะต้องปฏิบัติอย่างยากลำบาก แล้วแต่บารมี หรือการสะสมในสิ่งนั้นๆมาต่างหากเล่า
ผู้ทีต้องให้จิตเห้นทุกข์แสนสาหัสจิตค่อย คลายความยึดถือก็มี ผู้ที่บรรลุด้วยความสุขความสงบก็มีนะครับ ซึ่งบอกแล้วว่าขึ้นกับว่า อินทรีย์ทั้งห้า แก่อ่อนขนาดไหน ดังจะกล่าวต่อไป

 อินทรีย์  5

         อินทรีย์  5  เป็นองค์ธรรม  5  อย่าง  ที่ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องทำให้มีกำลังมากพอ  จึงจะสามารถเอาชนะกิเลสถึงขั้นบรรลุมรรคผลได้  ในการปฏิบัติธรรมช่วงแรก ๆ  นักปฏิบัติบางท่านใช้วิปัสสนาญาณ  16  ในการตรวจสอบความก้าวหน้า  ปรากฏว่าแทนที่จะช่วยให้ได้ผลเร็วขึ้น  กลับเป็นอุปสรรคเสียอีก  เพราะมัวแต่สำรวจตนเองอยู่เสมอว่าเราถึงญาณขั้นไหนแล้ว  มีสติสัมปชัญญะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง  ก็มัวตรวจสอบครั้งหนึ่ง  เสียเวลาไปนาน  เมื่อปฏิบัติธรรมต่อ  มีสติสัมปชัญญะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ก็มาเสียเวลาตรวจสอบอีก  ทำให้การปฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร  มีกัลญาณมิตรแนะนำให้ใช้อินทรีย์  5  ในการตรวจสอบ  ปรากฏว่าได้ผลก้าวหน้าเร็วขึ้น  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการสำรวจตนเองด้วยอินทรีย์  5  จะทำให้เรารู้จุดอ่อน  จุดบกพร่องต่าง ๆ  ของตัวเรา  เมื่อรู้ข้อบกพร่องแล้ว  เราก็สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ถูกต้อง อุปสรรคในการปฏิบัติธรรมก็หมดไป องค์ธรรมทั้ง 5 ในอินทรีย์ 5 ก็ได้แก่

         ศรัทธา  คือ  ความเชื่อ  ความเลื่อมใส
         วิริยะ    คือ  ความเพียร
         สติ       คือ  การระลึกได้
         สมาธิ  คือ  ความตั้งมั่นของจิต
         ปัญญา  คือ  การรู้ตามความเป็นจริง

         การที่บุคคลบรรลุมรรคผลได้  จะต้องมีอินทรีย์  5  ที่แก่กล้าหรือมีกำลังมากพอ  ถ้าหย่อนในอย่างใดอย่างหนึ่ง  ก็จะยังไม่สามารถบรรลุมรรคผล  หน้าที่ของผู้ปฏิบัติก็คือตรวจสอบดูว่า  องค์ธรรมข้อใดบกพร่องหรืออ่อนกำลัง  เมื่อทราบแล้วก็พยายามหาวิธีทำให้องค์ธรรมข้อนั้นมีกำลังมากขึ้น  ถ้าองค์ธรรมทั้ง  5  มีกำลังสมบูรณ์   การปฏิบัติธรรมจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  โดยปรกติองค์ธรรมทั้ง  5  จะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน  เช่น  ถ้าศรัทธามีกำลังมาก  ก็จะเป็นเหตุให้ความเพียรมีกำลังมากขึ้นด้วย  ถ้าปัญญามีกำลังมากก็จะทำให้ศรัทธามีกำลังมากขึ้นด้วย  ต่อไปจะกล่าวถึงรายละเอียดขององค์ธรรมทั้ง  5  ข้อ  ดังนี้

         1). ศรัทธา
         ศรัทธา  หมายถึง  ความเชื่อ  คือเชื่อว่ามรรคผลนิพพานมีจริง  ปฏิบัติให้บรรลุได้จริง  เชื่อว่าการปฏิบัติธรรมเป็นของดี  มีประโยชน์  ศรัทธาในขั้นต้นก่อนลงมือปฏิบัติธรรมมักจะเกิดจากการได้ฟังธรรมจากผู้รู้ธรรม  อาจจะเป็นการไปนั่งฟังธรรมที่บรรยายตามสำนักต่าง ๆ  การดูรายการธรรมะทางโทรทัศน์  หรือการอ่านหนังสือธรรมะทั่วไป  ถ้าผู้บรรยายธรรมพูดเก่ง  พูดดีมีเหตุผล  เราก็จะมีศรัทธามาก  แต่ศรัทธาในขั้นต้นนี้ก็ยังอ่อนกำลัง  เพราะเป็นการเชื่อจากการฟังไม่ได้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง  ต่อเมื่อปฏิบัติธรรมได้ผล  ได้รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริงด้วยตนเองแล้ว  ศรัทธาจึงจะแก่กล้าหรือมีกำลังมากขึ้น
         ลักษณะที่ศรัทธาอ่อนกำลังในขณะปฏิบัติธรรมก็คือ  เราจะรู้สึกว่าไม่อยากปฏิบัติธรรม  เพราะเห็นว่าไปทำกิจอย่างอื่นดีกว่า  เห็นว่าการปฏิบัติธรรมแล้วไม่ได้ผลดีอะไรขึ้นมา  สาเหตุที่ศรัทธาอ่อนกำลังอาจจะเกิดจากการปฏิบัติที่ผิดวิธีทำให้ไม่ได้ผล  เมื่อตั้งใจทำแล้วไม่ได้ผลก็เกิดความท้อใจเกิดความเบื่อหน่าย  วิธีแก้ไขให้ศรัทธามีกำลังมากขึ้นมาก็คือ  ต้องศึกษาหาวิธีปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง  หมั่นสนทนาธรรมกับผู้รู้ธรรม  หรือผู้ที่ปฏิบัติธรรมได้ผลแล้ว  เพื่อให้ตนเองมีกำลังใจในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น  เมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลแล้ว  ศรัทธาก็จะมีกำลังเพิ่มมากขึ้น  ไม่มีใครในโลกนี้ที่เชื่อคนอื่นมากกว่าตนเอง  เมื่อเราปฏิบัติจนได้เห็นธรรมด้วยตนเอง  ย่อมไม่มีความลังเลสงสัย  ย่อมมีความเชื่ออย่างสนิทใจได้ชื่อว่ามีศรัทธาอย่างแท้จริง

         2). วิริยะ
         วิริยะ  หมายถึง  ความเพียร  ซึ่งก็คือความตั้งใจในการปฏิบัติธรรมนั่นเอง  ลักษณะที่วิริยะหรือความเพียรอ่อนกำลังก็คือ  การไม่ตั้งใจปฏิบัติ  ให้เวลากับการปฏิบัติธรรมน้อยลง  ความเพียรย่อมเกิดจากศรัทธา  ถ้าศรัทธามีกำลัง  ความเพียรก็ย่อมมีกำลังด้วย  ถ้าศรัทธาย่อหย่อน  ความเพียรก็ย่อหย่อนด้วย  เช่น  เมื่อเห็นว่าปฏิบัติธรรมแล้วไม่ได้อะไรดีขึ้นมา  ความตั้งใจ  ความเอาใจใส่ในการปฏิบัติก็ย่อมลดลง
         นอกจากนี้สภาพแวดล้อมก็มีผลให้ความเพียรย่อหย่อนได้  เช่น  อากาศร้อนเกินไป  มีเสียงดังหนวกหู  กินอาหารอิ่มเกินไป ง่วงนอน  ก็จะทำให้ความเพียรย่อหย่อนได้  มีกิจการงานมากความเพียรก็ย่อหย่อนได้  ถ้าสติและสมาธิอ่อนกำลัง  ความเพียรก็ย่อหย่อนได้  ในการแก้ปัญหา  เราจะต้องหาสาเหตุที่ถูกต้องแล้วแก้ไข  เช่น  ถ้าอากาศร้อนเกินไป  ปฏิบัติธรรมไม่ได้  ก็อาจจะเปลี่ยนสถานที่ไปหาที่เย็นสบายกว่า  หรือไปอาบน้ำล้างหน้าให้สบายใจเสียก่อน  แล้วจึงมาปฏิบัติธรรมต่อ  ถ้าวิริยะหรือความเพียรมีกำลัง  เราจะรู้สึกว่ามีความขยัน  มีความเอาใจใส่  มีความตั้งใจในการปฏิบัติธรรม

         3). สติ
         สติ  หมายถึง  การระลึกได้  สตินับว่ามีความสำคัญมากในการปฏิบัติธรรม  เพราะเป็นตัวที่ฝึกได้ง่าย  สามารถกั้นกิเลสไม่ให้ครอบงำจิตได้  สามารถทำจิตที่หดหู่เศร้าหมองให้กลับเป็นจิตที่สดชื่นเบิกบานได้โดยรวดเร็ว  เราจึงควรฝึกฝนสติให้มาก  ลักษณะที่สติอ่อนกำลังก็คือ  ความรู้สึกในการรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ  ไม่ชัดเจนแจ่มใส  รู้สึกซึมเซา  ไม่กระปรี้กระเปร่า  วิธีแก้ไขทำได้โดยการฝึกสมาธิให้มาก ๆ  เพราะการฝึกสมาธิจะทำให้ทั้งสติและสมาธิมีกำลัง  เวลาทำอะไรก็พยายามตั้งใจทำให้มาก ๆ  เช่น  เวลามองก็ตั้งใจมองให้มาก ๆ  ให้รู้ชัดเจนว่ามองอะไร  เวลาฟังเสียก็ตั้งใจฟังให้มาก ๆ  เวลาพูดก็ให้ตั้งใจพูด  เวลาคิดก็ให้ตั้งใจคิดให้เป็นเรื่องเป็นราว  ให้รู้ชัดในเรื่องราวนั้น ๆ  การฝึกเช่นนี้จะทำให้สติมีกำลังมากขึ้น  ถ้าสติมีกำลังเราจะรู้ชัดในอารมณ์ต่าง ๆ  เช่น  เวลามองก็จะเห็นภาพชัดเจน  จิตใจรู้สึกปลอดโปร่งแจ่มใส  มีความกระปรี้กระเปร่า  รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

         4). สมาธิ
         สมาธิ  หมายถึง  ลักษณะที่จิตสงบ  ตั้งมั่น  ไม่ฟุ้งซ่าน  ปรกติแล้วสติกับสมาธิเกื้อหนุนกันอยู่เสมอ  คือ  ถ้าสติมีกำลังก็จะฝึกสมาธิได้ง่าย  ถ้าสมาธิมีกำลังก็จะฝึกสติได้ง่าย  ลักษณะที่สมาธิอ่อนกำลังก็คือ  มีความคิดฟุ้งซ่าน  เผลอง่าย  ใจรวนเร  สับสน  หงุดหงิดง่าย  โกรธง่าย  วิธีแก้ไขก็คือ  ต้องฝึกสมาธิให้มาก ๆ  ซึ่งวิธีฝึกก็ได้กล่าวไว้แล้วในบทที่ผ่าน  ๆ  มา  การหัดทำอะไรที่จำเจเหมือนเดิมเป็นเวลานาน ๆ  เช่น  การเคาะจังหวะ  การตีกลอง  การเดาะลูกตะกร้อหรือลูกบอล  การนับลูกประคำ  ก็เป็นการฝึกสมาธิที่ดีวิธีหนึ่ง  เราอาจจะฝึกสมาธิด้วยการหัดทำอะไรอย่างเดียวตลอดเวลานาน ๆ  ก็ได้  เช่น เอาแก้วน้ำมาวางไว้ข้างหน้า แล้วตั้งใจมอง มองให้นาน ๆ  ให้ใจอยู่ที่แก้วน้ำนั้นตลอด  ไม่ให้ไปรับรู้อารมณ์อื่นเลย  ถ้าเผลอไปแล้วนึกขึ้นมาได้  ก็ให้ตั้งใจดูที่แก้วน้ำใหม่  ให้ใจอยู่แต่ที่แก้วน้ำเท่านั้น  พยายามทำให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  ถ้าสมาธิของเรามีกำลัง  เราก็จะรู้สึกว่าจิตสงบตั้งมั่นอยู่กับเรื่องราวที่สนใจ  ไม่ฟุ้งซ่าน  จิตใจสบาย  มีความสุข  จะนึกอะไรคิดอะไร  ก็เป็นเรื่องเป็นราวไม่สับสน

         5). ปัญญา
         ปัญญา  หมายถึง  การรู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง  ซึ่งก็คือการมีสติอยู่กับปรมัตถธรรมนั่นเอง  ลักษณะที่ปัญญาอ่อนกำลังก็คือ  การบังคับให้สติอยู่กับปรมัตถ์  ทำได้ยาก  สติคอยแต่จะอยู่กับสมมุติร่ำไป  สาเหตุที่ปัญญาอ่อนกำลังก็เพราะมีตัณหามาก  มีใจเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องราวต่าง ๆ  ในสมมุติ  ติดอยู่ในสมมุติ  ไม่อาจจะละความรู้สึกที่เป็นสมมุติต่าง ๆ  ได้  วิธีแก้ไขก็ต้องพิจารณาธรรมให้มาก ๆ  เช่น  พิจารณาถึงความแก่  ความตาย  เพื่อให้จิตคลายกำหนัดจากเรื่องราวต่าง ๆ  ในสมมุติ  เมื่อไม่ติดใจในสมมุติแล้ว  ก็สามารถที่จะเอาสติไปอยู่กับปรมัตถ์ได้ง่าย  เรียกว่าปัญญามีกำลังมากขึ้น
         ส่วนการที่เรามีสติอยู่กับสมมุติ  แต่ไม่ยินดียินร้ายในสมมุติ  ก็ได้ชื่อว่ามีปัญญาเช่นกัน  เพราะเรารู้สมมุติตามความเป็นจริง  ไม่ติดในสมมุติเหมือนกัน
         อินทรีย์  5  นี้  เมื่อทำให้แก่กล้า  คือ  มีกำลังมากขึ้นแล้ว  เรียกชื่อใหม่ว่า พละ  5  ในการปฏิบัติธรรม  ผู้ปฏิบัติจะต้องคอยตรวจสอบอยู่เสมอว่า ตนย่อหย่อนในข้อใด แล้วหาทางแก้ไขให้ถูกดต้อง  ถ้าเรานำอินทรีย์  5  มาใช้ในการตรวจสอบหาข้อบกพร่องของการปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ  ก็จะทำให้เราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ  ไปได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2009, 23:50:39 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
๛Blessing๛
Medicine 35th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 299

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 38
-เขาให้: 89


May the Peace Be Upon You


« ตอบ #1 เมื่อ: 21 มีนาคม 2009, 18:59:21 »

สาธุ
บันทึกการเข้า

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛
Nuclear fusion makes stars to shine,
Tropisms make the ivy twine,
Raleigh scattering make skies so blue,
Testicular hormones are why I love you
๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛
จัตวาจลน์
Medicine 32nd KKU
อะมีบาสีชมพู
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 34

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 1
-เขาให้: 0



« ตอบ #2 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2009, 08:29:28 »

อนุโมทนาสาธุ
ถ้าไม่มีพี่หยงคงเงียบน่าดูเลยครับ

แต่เงียบเนี่ยเหมาะแกการฝึกสมาธิใช่ไหม  /r6;ld
บันทึกการเข้า

เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เจ้ามามือเปล่าเจ้าจะเอาอะไรไป
เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 10


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #3 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2009, 00:20:44 »

ตกลง ต้องการความเงียบ ใช่ไหมครับ 555
เพราะถ้ากลับประโยคนะ จากที่น้องได้กล่าว
ถ้าต้องการสมาธิก็คงต้องเงียบ ถ้าเงียบ คงต้องไม่มีพี่หยง55555555555
ครับๆ โทษทีๆ ที่เอาธรรมะมาให้เยอะ  ส่งเสียงดังรบกวนน้อง5555555
พี่เอามาโพสไว้ เวลาว่างๆมาอ่านหรือเอาไว้เตือนตัวเอง
คล้ายๆซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดนะน้อง หึหึ ถ้ามีคนสนใจ ก็หยิบไปอ่านได้นะ เป็นธรรมทาน คนศึกษาธรรมะจะได้เยอะขึ้น ธรรมะเป็นของกลาง แต่หากขาดการเผยแผ่ ปุถุชน เช่นพี่ก็คิดเองไม่ได้ ต้องอาศัยพระพุทธเจ้าสอนอ่ะนะ


ส่วนที่ถามนั้น
แท้จริงแล้ว สมาธิมิได้เกิดจากความเงียบนะครับ
บางคนมีสมาธิได้โดยไม่จำเป็นต้องเงียบ

ถ้าจะตอบแบบธรรมะมีก็แต่ปฐมฌาณที่มีสียงเป็นอุปสรรค
(อันนี้มั้งที่น้องหมายความถึง ว่าเสียง เป็นอุปสรรคต่อปฐมฌาณ  สมาธิกับฌาณก็คนละอย่างนะ)

ความสุขต่างหากเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ
เงียบแต่ภายใน ไม่มีความสุข  หรือเป็นทุกข์ ไม่มีความสุขก็ไม่อาจเกิดสมาธิได้
หาได้เกี่ยวกับความเงียบเลย การดำเนินฌาณต่างหาก แต่ก็เป็นแค่อุปสรรคต่อปฐมคือฌาณแรก ผู้ที่เข้าฌาณชำนาญแล้วก็หาได้เป็นอุปสรรคไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2009, 00:35:00 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: คนที่กิเลสน้อยจะบรรลุธรรมได้ก่อน หรือ&#
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007