ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,707 กระทู้ ใน 10,454 หัวข้อ- โดย 2,984 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: sone818

24 พฤษภาคม 2012, 20:18:38
` MeDicinE KKU Community `หน้าพระรูปMED-REVIEWSหัวข้อ: ขอนำเสนอผลงานวิจัย
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอนำเสนอผลงานวิจัย  (อ่าน 2886 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« เมื่อ: 27 มีนาคม 2009, 23:48:25 »


พอดี ได้ทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับนักศึกษาแพทย์ไป แต่ไม่รู้ว่า จะมีพี่ๆน้องๆ ซักกี่คนที่ทราบผล
บางคนคงไม่รู้ว่า พี่ปี 5 เอาแบบสอบถามอะไรมาให้ทำ
คราวนี้แหละ จะขอนำเสนอ ผลงานวิจัยให้ดูนะ
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 มีนาคม 2009, 23:49:07 »

ชื่อเรื่อง  พฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 และปีที่ 6มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผู้จัดทำ  พศวีร์ เผ่าเสรี*, พนารัตน์ วงศ์รุ่งโรจน์* ,พัชราวรรณ  ศิริสวัสดิ์*, วรวิทย์  เด่นศิริอักษร*,วลี รัตนวัตร์*, กาญจนา อักษรวรนารถ*
เนสินี ไชยเอีย**,.สุชาดา ภัยหลีกลี้**
* นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 **อาจารย์ทีปรึกษา ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 27 มีนาคม 2009, 23:50:18 »

หลักการและเหตุผล : คนไทยเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้นโดยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากพฤติกรรมสุขภาพ ได้มีการศึกษาพบว่า
ทั้งประชาชนไทยและนักศึกษาแพทย์ (นศ.พ.) มีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ทั้งด้านการรับประทานอาหาร
การพักผ่อน ทั้งนี้การศึกษาที่ผ่านมายังขาดข้อมูลขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของนศ.พ.อีกทั้งข้อมูล
พฤติกรรมสุขภาพนศ.พ.ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังไม่เป็นปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษา 1) สัดส่วนพฤติกรรมสุขภาพในด้านต่างๆของนศ.พ.ชั้นปีที่ 3 และ 6 2) ขั้นตอนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของนศ.พ.ชั้นปีที่ 3 และ 6  3) ทัศนคติที่เกี่ยวกับคำแนะนำเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
รูปแบบการศึกษา : การวิจัยเชิงพรรณนา
สถานที่ทำการวิจัย : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประชากรศึกษา : ทำการศึกษาประชากรศึกษาทั้งหมดของ นศ.พ.ชั้นปีที่ 3 จำนวน 287 คนและ นศ.พ.ชั้นปีที่ 6 จำนวน 84 คนทั้งนี้เนื่องจากนักศึกษาทั้งสองชั้นปีเป็นชั้นปีสุดท้ายของการเรียนระดับปรีคลินิกและคลินิกซึ่งผ่านการเรียนเรื่องพฤติกรรมสุขภาพทั้งทฤษฎีและปฏิบัติมาแล้ว
เครื่องมือ : แบบสอบถามชนิดตอบเอง ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป พฤติกรรรมสุขภาพ ทัศนคติเกี่ยวกับ
คำแนะนำเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการนำความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพไปใช้ประโยชน์
การวิเคราะห์ข้อมูล : ใช้โปรแกรมคำนวณทางสถิติ SPSS-PC V.15 เพื่อวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ค่าความถี่ค่าร้อยละ ช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 ร่วมกับสถิติเชิงวิเคราะห์ Student T-test, Mann-Whitney U test โดย
p-value < 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 27 มีนาคม 2009, 23:54:43 »

      ปี3   ปี6
   มัธยฐาน   พิสัยคลอไทล์   มัธยฐาน   พิสัยคลอไทล์
อายุ   20.0   1.0   24.0   1.0
น้ำหนัก   55.0   14.5   58.0   11.3
ส่วนสูง   164.0   12.0   165.0   14.3
ดัชนีมวลกาย   20.2   3.2   20.5   3.3
รอบเอว   ชาย   32.0   3.0   31.0   2.0
   หญิง   27.5   3.0   27.0   2.0
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 27 มีนาคม 2009, 23:57:59 »

เรื่องโรคประจำตัว
พบว่า ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ไม่มีโรคประจำตัว 198 คน (ร้อยละ94.8) โรคประจำตัวที่พบมากที่สุดได้แก่ โรคภูมิแพ้ (นศพ.ชั้นปีที่ 3 ร้อยละ18.6  นศพ.ชั้นปีที่ 6 ร้อยละ 25.4 ) รองลงมาได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร  (นศพ.ชั้นปีที่ 3 ร้อยละ13.0  นศพ.ชั้นปีที่ 6 ร้อยละ 9.9) 
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:00:59 »

ด้านโภชนาการ
   จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 รับประทานอาหารมื้อหลักครบสามมื้อ (เช้า-กลางวัน-เย็น) จำนวน 92 คน (ร้อยละ 32.3) โดยเป็นเพศชายจำนวน 37 คน (ร้อยล31.4 เพศหญิงจำนวน 55 คน (ร้อยละ 32.9)
         การรับประทานอาหารมื้อหลักตรงเวลาทุกมื้อ (เช้า-กลางวัน-เย็น) จำนวน 47 คน (ร้อยละ 16.5, 95% CI: 12, 21)  โดยเป็นเพศชายจำนวน23คน (ร้อยละ19.5) เพศหญิงจำนวน 24คน(ร้อยละ 14.4)
         นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ชอบรับประทานอาหารรสหวาน หรือบริโภคน้ำตาลมากกว่า 6 ช้อนชาต่อวันจำนวน 126 คน (ร้อยละ 44.2,  95% CI: 38.3, 50.2)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 53คน (ร้อยละ44.9) เพศหญิงจำนวน 73คน(ร้อยละ 43.7)
          ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 รับประทานอาหารที่มีไขมันและโคลเลสเตอรอลสูงเป็นประจำ จำนวน 129 คน(ร้อยละ 45.3, 95% CI: 39.4, 51.2)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 58 คน (ร้อยละ49.2) เพศหญิงจำนวน 71คน(ร้อยละ 42.5)
   นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 รับประทานผักและผลไม้น้อยกว่า 400 กรัมต่อวันจำนวน 117 คน (ร้อยละ 41.1)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 58คน (ร้อยละ49.2) เพศหญิงจำนวน 59คน (ร้อยละ 35.3)

เรื่องน้ำตาล อ้างอิงจาก WHO นะ
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:02:34 »

การพักผ่อน
จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 นอนหลับวันละ 6- 8 ชั่วโมงจำนวน 147 คน (ร้อยละ 51.6, 95% CI: 45.6, 57.5)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 56 คน (ร้อยละ47.5) เพศหญิงจำนวน 91คน(ร้อยละ 54.5)
   นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 รู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างเพียงพอจำนวน 118 คน (ร้อยละ 41.4) โดยเป็นเพศชายจำนวน 49 คน (ร้อยละ41.5) เพศหญิงจำนวน 69 คน (ร้อยละ 41.3)
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:03:56 »

การสูบบุหรี่
จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 เคยสูบบุหรี่จำนวน 30 คน (ร้อยละ10.5, 95% CI: 7.3, 14.8) โดยเป็นเพศชายจำนวน 24 คน (ร้อยละ20.3) เพศหญิงจำนวน 6 คน (ร้อยละ 3.6)
              นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ปัจจุบันนี้ยังสูบบุหรี่อยู่จำนวน 13 คน (ร้อยละ 4.6) โดยเป็นเพศชายจำนวน11 คน (ร้อยละ 9.3) เพศหญิงจำนวน2 คน (ร้อยละ 1.2)
              นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่นเสมอจำนวน 48 คน (ร้อยละ 16.8) โดยเป็นเพศชายจำนวน 22 คน (ร้อยละ18.6) เพศหญิงจำนวน 26คน (ร้อยละ 15.6)
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:06:39 »

การดื่มเหล้า
   จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่เคยดื่มเหล้ามีจำนวน  182 คน (ร้อยละ63.9)  เป็นเพศชาย  84 คน(ร้อยละ71.2) เพศหญิง  98(ร้อยละ 58.7) 
   นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ที่ดื่มเหล้าเกินเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 127 คน (ร้อยละ 69.8, 95%CI: 62.5, 76.2)  เป็นเพศชาย  62 คน (ร้อยละ73.8)  เพศหญิง  65 คน (ร้อยละ 66.3) 
   ความถี่ของการดื่มเหล้าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 มีดังนี้ 
ไม่มีนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ที่ดื่มเหล้าทุกวัน 
ที่ดื่มเหล้า 5-6 วัน/สัปดาห์มีจำนวน  3 คน(ร้อยละ1.6) โดยเป็นเพศชายทั้งหมด(ร้อยละ3.6)   
ที่ดื่มเหล้า 3-4 วัน/สัปดาห์มีจำนวน  6 คน(ร้อยละ 3.3) เป็นเพศชาย 5คน (ร้อยละ 6.0)  เพศหญิง 1คน (ร้อยละ1.0) 
ที่ดื่มเหล้า 1-2วัน/สัปดาห์มีจำนวน 17คน (ร้อยละ9.3)  เป็นเพศชาย 10คน (ร้อยละ11.9)  เพศหญิง 7 คน (ร้อยละ7.1) 
ที่ดื่มเหล้า 2-3 วัน/เดือนมีจำนวน 18 คน (ร้อยละ9.9) เป็นเพศชาย 9 คน (ร้อยละ 10.7)  เพศหญิง 9 คน (ร้อยละ 9.2) 
ที่ดื่มเหล้า 1 ครั้ง/เดือน  มีจำนวน 49คน (ร้อยละ26.9)  เป็นเพศชาย 25 คน (ร้อยละ29.8)  เพศหญิง 24 คน (ร้อยละ24.5) 
ที่ไม่ดื่มเหล้าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีจำนวน  89คน(ร้อยละ48.9, 95% CI: 41.5, 56.3)  เป็นเพศชาย  32คน (ร้อยละ38.1)  เพศหญิง 57 คน (ร้อยละ 58.2) 
    
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:08:05 »

การมีเพศสัมพันธ์
        ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีจำนวน  30 คน (ร้อยละ 10.5,  95%CI: 7.3, 14.8) 
เป็นเพศชาย 21คน (ร้อยละ 17.8) เพศหญิง 9 คน (ร้อยละ 5.4)   
    ที่ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งมีจำนวน  21คน(ร้อยละ70.0, 95% CI: 50.4, 84.6) 
เป็นเพศชาย 17 คน (ร้อยละ81.0)  เพศหญิง  4 คน (ร้อยละ 44.4) 
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:09:48 »

ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่ปฏิบัติตามกฎจราจรทุกครั้ง  มีจำนวน  153 คน(ร้อยละ53.7,  95%CI: 47.7, 59.6)  เป็นเพศชาย 58คน (ร้อยละ49.2) เพศหญิง 95 คน (ร้อยละ56.9)
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อโดยสารหรือขับขี่   มีจำนวน  116 คน(ร้อยละ40.7)  เป็นเพศชาย 50 คน (ร้อยละ 42.4) เพศหญิง 66 คน (ร้อยละ 39.5)
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่ใช้หมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์  มีจำนวน  72คน(ร้อยละ25.3)  เป็นเพศชาย 32 คน (ร้อยละ27.1) เพศหญิง 40 คน (ร้อยละ24.0)
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่ขับรถภายใน 1 ชั่วโมงหลังดื่มสุรา  มีจำนวน  56 คน (ร้อยละ30.8)  เป็นเพศชาย 32 คน (ร้อยละ28.1)  เพศหญิง 24 คน (ร้อยละ24.5)
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 ที่เคยโดยสารไปกับคนขับที่ดื่มสุราเกินมาตรฐาน  มีจำนวน  129 คน(ร้อยละ 45.3)  เป็นเพศชาย 57 คน(ร้อยละ 48.3) เพศหญิง 72 คน(ร้อยละ43.1) 
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:10:37 »

การดูแลสุขภาพตนเอง
จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 หลังจากเข้าเรียนแพทย์แล้ว ใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้นจำนวน 117คน (ร้อยละ 62.1,   95%CI: 56.2, 67.7) โดยเป็นเพศชายจำนวน 71 คน (ร้อยละ 60.2) เพศหญิงจำนวน 106 คน(ร้อยละ 63.5)
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:12:27 »

สุขภาพจิต
จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด  ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าจำนวน 14 คน (ร้อยละ 4.9,  95%CI: 2.8, 8.2) โดยเป็นเพศชายจำนวน  5  คน (ร้อยละ 4.2) เพศหญิงจำนวน 9 คน (ร้อยละ 5.4)

นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3 มีคนที่สามารถให้คำปรึกษาเวลาประสบปัญหาต่างๆได้ จำนวน 268 คน(ร้อยละ 94.0,   95%CI: 90.4, 96.4)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 108 คน (ร้อยละ 91.5) เพศหญิงจำนวน 160 คน(ร้อยละ  95.8)

นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 มีความรู้สึกพอใจกับชีวิตตนเองจำนวน  242 คน(ร้อยละ  84.9)  โดยเป็นเพศชายจำนวน 97 คน (ร้อยละ 82.2) เพศหญิงจำนวน 145 คน(ร้อยละ 86.8)

นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่  3 เคยมีความรู้สึกอยากฆ่าตัวตายจำนวน 31 คน (ร้อยละ 10.9) โดยเป็นเพศชายจำนวน 11 คน (ร้อยละ 9.3) เพศหญิงจำนวน 20 คน (ร้อยละ 12.0)

นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่3เคยพยายามฆ่าตัวตายจำนวน 5 คน (ร้อยละ 1.8) โดยเป็นเพศชายจำนวน 1 คน (ร้อยละ 0.8) เพศหญิงจำนวน 4 คน (ร้อยละ 2.4)
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 28 มีนาคม 2009, 00:13:26 »

อันนี้มีเพียง ข้อมูล ของ นศ.พ ปี 3 ยังขาดของปี 6 นะครับ กลัวว่าจะลายตาซะก่อน
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
s3644
บอสใหญ่ตัวจริง
เทพ (แห่งความไร้สาระ)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,718

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 280
-เขาให้: 250



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 30 มีนาคม 2009, 18:35:52 »

โอ้ว

med34 นี่ก้นะ
บันทึกการเข้า

Maymaykung
Medicine Grp.3
บอสใหญ่ตัวจริง
ท้องฟ้ากว้างใหญ่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7,080

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 118
-เขาให้: 195


ID Line 269 Med34


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 30 มีนาคม 2009, 19:02:10 »

โห..... เพื่อน
บันทึกการเข้า

Pyrogarudeum coniferensis
๐-ครุฑบนต้นสน-๐
Medicine 36th KKU
ผู้ค้นพบดาวดวงใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 13,233

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 124
-เขาให้: 58


เกาะเกี่ยวบนสนสูง


« ตอบ #16 เมื่อ: 30 มีนาคม 2009, 22:41:14 »

เรื่องน้ำตาล เราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าเราทานไปเท่าไหร่

เผื่อว่ามีผสมในอาหารที่เขาปรุงสำเร็จแล้วน่ะครับ
บันทึกการเข้า

[][][][]
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 30 มีนาคม 2009, 23:32:19 »

มาเป็นแค่การกะประมาณ คิดว่ากินมากน้อย ขนาดไหน
นำตาลที่ผสมในอาหารแต่ละอย่างคงไม่เท่ากันอยู่แล้ว
แค่เรากินกาแฟ 1 แก้ว ก็เกือบจะเกินแล้ว
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
VaNComYCiN
Medicine 32nd KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,683

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 17
-เขาให้: 142


สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 30 มิถุนายน 2009, 17:01:36 »

วิจัยเรื่องนี้ ได้ถูกไปนำเสนอที่ กทม. ด้วยแหละ




* untitled2.bmp (79.18 KB, 800x100 - ดู 280 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

หมอใหม่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 30 มิถุนายน 2009, 17:07:44 »

เอาด้วยๆ งานวิจัยตีพิมพ์ใน  Asian Pac J Cancer Prev. 2008 Jul-Sep;9(3):507-10. ลงใน pubmed ด้วย

Incidence of hepatocellular carcinoma in children in Khon Kaen before and after national hepatitis B vaccine program.
Wichajarn K, Kosalaraksa P, Wiangnon S.
Department of Pediatrics, Faculty of Medicine, Khon Kaen University, Khon Kaen, Thailand.

Abstract
BACKGROUND: Hepatitis B virus infection is one of the most important risk factors for hepatocellular carcinoma. Hepatitis B vaccination has been obligatory in the Expanded Program on Immunization (EPI) in Khon Kaen since 1990. OBJECTIVE: To compare the incidence of hepatocellular carcinoma in children in Khon Kaen province before and after the introduction of national hepatitis B vaccination program. METHODS: Cases of liver tumors in children under 18, diagnosed during 1985-2007, were retrieved from the population-based cancer registry of Khon Kaen. Patients were divided into 2 groups, vaccinated and non-vaccinated with hepatitis B vaccine regarding the year of birth before or after 1990. Patients with diagnosis of liver cancer from any basis of diagnosis in population-based registration, except hepatoblastoma, were included. Patients without verified histology were assumed as having hepatocellular carcinoma if the age at diagnosis was over 10. Age-standardized incidence rates (ASRs) were analyzed and expressed as numbers per 1,000,000 population. RESULTS: Fifteen patients aged 13 to 18 years were included in this study. The mean and median ages at diagnosis were 15.7 and 15 years respectively. Four children had a verified histology (age 14 to 18 years, median and mean = 16). The remaining 11 patients were diagnosed based on history and physical examination, radiology and death certificate, at the aged of 13 to 18 years. The ASRs for liver cancer in children over 10 years of age of non-vaccinated and vaccinated children were 0.88 and 0.07 per million respectively (p = 0.039). When calculated by including children at or older the 5 years of age, the ASRs for non-vaccinated and vaccinated cases were 0.97 and 0.24 per million respectively (p = 0.007). CONCLUSIONS: The incidence of hepatocellular carcinoma is significantly lower in Thai children who receive hepatitis B vaccine at birth.





http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18990029?ordinalpos=1&itool=EntrezSystem2.PEntrez.Pubmed.Pubmed_ResultsPanel.Pubmed_DefaultReportPanel.Pubmed_RVDocSum

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `หน้าพระรูปMED-REVIEWSหัวข้อ: ขอนำเสนอผลงานวิจัย
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007