ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,707 กระทู้ ใน 10,454 หัวข้อ- โดย 2,984 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: sone818

24 พฤษภาคม 2012, 21:15:39
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: บุคคลผู้ประพฤติถูก แต่อมกิเลสไว้
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บุคคลผู้ประพฤติถูก แต่อมกิเลสไว้  (อ่าน 678 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2009, 18:57:33 »



--------------------------------------------------------------------------------

บุคคลผู้ประพฤติถูก แต่อมกิเลสไว้


นิโครธปริพาชก ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า พระองค์ตรัสถึงบุคคลผู้ประพฤติเพื่อการละกิเลสไว้มากมาย อยากจะทราบว่าจะทำอย่างไรให้ การปฏิบัตินั้นเข้าถึงความบริสุทธิ์ผ่องใส ครบถ้วนบริบูรณ์

1) พระพุทธเจ้าตรัสว่า นิโครธะ ผู้มีการประพฤติปฏิบัติเพื่อการตัดกิเลสทำถูก ทำตรงตามวิถีทางการละการตัดกิเลส แต่จิตยึดมั่น ถือมั่น ดีใจ คิดการปฏิบัติเพียงเท่านี้ดีแล้ว จบแล้ว ไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ก็เป็นอุปกิเลส คือ จิตเข้าไปกอดความชั่วของผู้นั้น

2) คนที่ปฏิบัติถูก ปฏิบัติตรงนั้นยึดมั่น ถือมั่น ในปฏิปทานั้น ยกตนข่มผู้อื่นว่า ฉันดีกว่าเธอนะ อย่างนี้ก็มีกิเลส

3) ผู้ปฏิบัติ ผลเกิดจากการปฏิบัติพอสมควร เมื่อมีคนสรรเสริญ ก็ติดในคำสรรเสริญ เขาให้ลาภก็ติดในลาภ อย่างนี้ก็เป็นผู้เข้าไปกอดความสกปรกของกิเลสไว้

4) ผู้ปฏิบัติถูก ผลของการปฏิบัติพอสมควร เมาในผลของการปฏิบัตินั้น คิดว่าเท่านี้พอแล้ว ก็เป็นอันว่าตกอยู่ในหลุมอุจจาระ คือ อุปกิเลส

5)ผู้ปฏิบัติถูก ได้ลาภ ได้รับคำสรรเสริญ ติดในลาภและสรรเสริญ ข่มขู่ยกตนข่มผู้อื่น โดยคิดว่าพวกเธอมีลาภไม่เท่าฉัน ฉันรวยกว่า ฉันมีคนเคารพมากกว่านะ อย่างนี้ท่านก็ถือว่ามีความสกปรก คือ กิเลสเลยหัว

6) ผู้ปฏิบัติถูก มีผลปฏิบัติพอสมควร มีคนเคารพนับถือมาก เขานำลาภสักการะมาถวายมากมาย ลืมสติ ลืมตัว เลือกรับของอะไรที่ตนชอบ ก็บอกอย่างนี้ไม่ได้ ที่ตนไม่ชอบก็บอกว่า อย่างนี้ผิดวินัย พระพุทธเจ้าห้ามรับ ไม่หวังเจริญศรัทธาตามปกติ ท่านก็ตรัสว่า มีอุปกิเลสมาก คือ ความเลวเหลือล้น

7) ผู้ปฏิบัติถูก แต่เมาในโภชนะ คือ อาหาร คิดว่าอาหารประเภทนี้ควร ประเภทนี้ไม่ควร เลือกเฉพาะที่ชอบใจ เพราะติดในรสอาหาร ท่านกล่าวว่า ยังสะสมความชั่ว คือ อุปกิเลสไว้มาก

8) ผู้ปฏิบัติถูก เมื่อได้รับความเคารพนับถือจากพระมหากษัตริย์หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เป็นต้น ลืมตัวหลงคิดว่าตนมีศักดิ์ศรีสูงกว่า คนที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ เป็นต้น ไม่ได้เข้าไปแสดงความเคารพสักการะ ท่านก็ว่า ผู้นั้นเป็นผู้สะสมอารมณ์ชั่ว คือ อุปกิเลส

9)ผู้ปฏิบัติถูก ริษยาผู้อื่นว่า กินไม่เลือก รับไม่เลือก เพราะท่านเหล่านั้นมีคนเคารพ และได้ลาภสักการะ ก็เกิดอารมณ์อิจฉาริษยา ท่านกล่าวว่า เขาเป็นผู้สะสมความชั่วคือ อุปกิเลสไว้มาก

10)ผู้ปฏิบัติถูก มีผลบ้างเบื้องต้น เห็นท่านอื่นปฏิบัติมีผลดีกว่า มีคนเคารพมาก ก็หาทางโพนทนาด่าว่าเปรียบเปรย (นินทา) ให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือ เสียหาย ท่านว่า คนเช่นนี้เป็นจอมสะสมความชั่ว คือ มีอุปกิเลสมาก

11) พระองค์ตรัสว่า ผู้ปฏิบัติเพื่อละกิเลส นั่งสมาธิจริยา แสดงตนว่า ท่านนี้ฉันทำสมาธินะ หรือ แต่งกายเป็นการแสดงออกออกให้เข้าใจชัดว่า ฉันเป็นนักปฏิบัติเพื่อตัดกิเลสนะ ท่านว่า การแสดงตนอย่างนี้เป็นการโชว์เพื่ออวด ท่านว่ามีอุปกิเลสมาก

12)บางพวกชอบอวดว่า ฉันนิยมปฏิบัติอย่างนี้นะ บางพวกปกปิดจริยาชั่ว ทำตัวเรียบร้อยด้วยมารยาท และ บางพวกมักโกรธ ผูกโกรธ คือ อาฆาต บางพวกชอบลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด ขับไล่ มีจริยากระด้างถือตัวจัด มีความปรารถนาลามก มีอารมณ์เห็นผิด คัดค้านคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างนี้เป็นต้น ท่านกล่าวว่า เป็นผู้สะสมกิเลส คือ ความชั่วไว้สูงเลยหัว


คติเตือนใจไม่ให้ชั่ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานสอนไว้ดังนี้

"ก่อนที่จะทำ ก่อนที่จะพูด ใคร่ครวญเสียก่อน อย่าไปคิดเห็นบุคคลอื่นเขาเลว เห็นคนอื่นเลวนี่ก็กลายเป็นสร้างความเลวให้เกิดขึ้นแก่ใจเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนให้กล่าวโทษโจทย์ความผิดตัวเอง ว่ามันเลวไว้เสมอ หาจุดความเลวของกาย หาจุดความเลวของวาจา หาจุดความเลวของใจ อย่าไปหาจุดความดี ถ้าพบจุดความเลวจุดไหน ทำลายความเลวจุดนั้นให้หมดไป แล้วความดีมันก็ปรากฏเอง"

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Math

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2009, 15:28:24 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
จัตวาจลน์
Medicine 32nd KKU
อะมีบาสีชมพู
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 34

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 1
-เขาให้: 0



« ตอบ #1 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2009, 08:19:38 »

ข้อความเบื้องต้นมีผู้อนุโมทนาแล้ว ๑ ท่าน

ยืมจากบล็อค Palungjit มาน่ะครับ

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า

เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เจ้ามามือเปล่าเจ้าจะเอาอะไรไป
เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา
YONG69MED30
Medicine 30th KKU
ขี้เกี้ยมหางขาด
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 16


ปรมัตถ์แปลว่าสุดยอด555+


« ตอบ #2 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2009, 00:11:57 »

ครับ ข้าแต่ท่านน้องผู้เจริญ
พอดีพี่ไปเจอมา เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาให้อ่าน นะครับ

ความจริงไม่ได้ยืมมาเพราะไม่ได้เอาไปคืน 555
ส่วนมากก็เอามาจากนั่นนะครับ(www.palungjit.com)
พี่ไม่มีปัญญาแต่งเองหรอกครับ ไม่ใช่พระพุทธเจ้า 

ธรรมะเป็นของกลาง คุณค่าอยู่ที่ น้องๆจะเอาไปใช้ เลือกไปใช้กับตัวเองได้ไหม ธรรมะบางอย่างเหมาะกับตัวเอง บางอย่างไม่เหมาะ
โชคร้ายที่เราเกิดในยุคหลังพระพุทธเจ้า ท่านเลยไม่ได้สอนเราตามอุปนิสัย เลยไม่มีธรรมะเฉพาะตัวแก่เรา ต้องศึกษาที่ท่านตรัสไว้กับคนอื่นๆ


แล้วธรรมะแท้ๆ คนที่มาโพสส่วนมากก็ไม่ได้แต่งเองนะ ล้วนเป็นพุทธวจนะ พระสูรที่น่าสนใจทั้งนั้น
เว้นแต่บทวิจารณ์หรือแสดงความคิด

 เพียงแต่เห็นว่าเป็นประโยชน์นะ เลยเอามา คัดมาแต่เจ๋งๆ เอาไว้อ่านเองด้วย
ถ้าน้องสนใจเข้าไปอ่าน แต่ใช้วิจารณญาณนิดนึงเพราะมีทั้งคน รู้มาก งมงายมาก
ลองดูนะครับ โชคดี
อนุโมทนานะครับที่มาโพสบอก 55

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Math

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2009, 00:38:20 โดย YONG69MED30 » บันทึกการเข้า

บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วย อาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

http://yong69.hi5.com
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `ห้องบรรยาย 1ชุมนุมต่างๆชุมนุมสู่แสงธรรม (ผู้ดูแล: Zhōu_Yú)หัวข้อ: บุคคลผู้ประพฤติถูก แต่อมกิเลสไว้
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007