ผมขอนำคำอธิบายเพิ่มเติมในเรื่อง บัณเฑาะก์ จาก คู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๕ ตอนที่ ๒ วิถีมุตตสังคหวิภาค โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร และ อาจารย์บุษกร เมธางกูร
http://www.abhidhamonline.org/aphi/p5/030.htm ปณฺฑก -- บัณเฑาะก์ หรือวิปริตทางเพศ
ผู้ที่ปฏิสนธิมาโดยเครื่องหมายแห่งบุรุษ และสตรีขาดตกบกพร่องหรือผู้ที่มีอาการวิปริตทางเพศบางประการ ชื่อว่า บัณเฑาะก์
บัณเฑาะก์มี ๕ จำพวก
๑. อาสิตฺตกปณฺฑก ได้แก่ บัณเฑาะก์ที่ดูดกินซึ่งอสุจิ บุคคลใดมีความกำหนัดกระวนกระวายแล้วเอาปากคาบองคชาตของบุรุษอื่นดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วจึงระงับดับความกระวนกระวาย หรือบุคคลบางพวกที่ตอนแรกยังไม่เกิดความกำหนัด ครั้นเมื่อได้ดูดกินซึ่งน้ำอสุจิแล้วเกิดความกำหนัดยินดี บุคคลทั้งสองพวกนี้ชื่อว่า อาสิตตกบัณเฑาะก์
๒. อุสฺสูยปณฺฑก พวกบัณเฑาะก์ที่แอบดูการร่วมเพศ บุคคลผู้ใดได้โอกาสแอบดูบุรุษ และสตรีร่วมเพศกันอยู่ ก็บังเกิดความริษยาในขณะเดียวกัน ความกำหนัดยินดีที่ตนมีอยู่ก็ระงับดับลง คล้ายกับว่าตนได้เสพด้วยฉะนั้น บุคคลพวกนี้ชื่อว่า อุสสูยบัณเฑาะก์
๓. โอปกฺกมิกปณฺฑก บัณเฑาะก์พวกที่ถูกตอน บุคคลบางพวกที่ต้องถูกตอนไม่ให้มีความกำหนัดยินดีเกิดขึ้น เช่น พวกขันที ที่ต้องมีหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกับนางสนมกำนัลของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่า โอปักกมิกบัณเฑาะก์ พวกบัณเฑาะก์ประเภทนี้มิได้เป็นมาโดยกำเนิด จึงถือว่าปฏิสนธิด้วยอเหตุกปฏิสนธิมิได้ อาจเป็นอเหตุกปฏิสนธิ , ทวิเหตุกปฏิสนธิหรือติเหตุกปฏิสนธิก็ได้
๔. ปกฺขปณฺฑก บัณเฑาะก์ที่เกิดกำหนัดแห่งปักษ์ บุคคลบางพวกมีความกำหนัดในกาฬปักษ์ คือ กาลข้างแรม ครั้นถึงชุณหปักษ์ คือ ข้างขึ้น ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป หรือมีความกำหนัดในชุณหปักษ์ ครั้นถึงกาฬปักษ์ความกำหนัดกระวนกระวายก็หายไป บุคคลพวกนี้ชื่อว่า ปักขบัณเฑาะก์
๕. นปํสกปณฺฑก บัณเฑาะก์ผู้ไม่ปรากฏเพศ บุคคลผู้ใดที่เกิดในกามภูมิอวัยวะเพศหญิง และเพศชายไม่ปรากฏทั้งสองเพศ มีแต่ช่องสำหรับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น บุคคลชนิดนี้ชื่อว่า นปุงสกบัณเฑาะก์
บัณเฑาะก์ทั้ง ๕ จำพวกนี้ เมื่อแสดงโดยตรงแล้วมุ่งหมายเอา นปุงสกบัณเฑาะก์ ดังวจนัตถะว่า ปฑติลิงฺคเวกลฺลภาวํ คจฺฉตีติ ปณฺฑโก ผู้ที่มีเครื่องหมายแห่งบุรุษ และสตรีเพศขาดตกบกพร่อง ผู้นั้นชื่อว่า บัณเฑาะก์
ส่วนบัณเฑาะก์อีก ๔ จำพวก เป็นการแสดงโดยปริยาย
อุภโตพยญฺชนก บุคคล ๒ เพศ
บุคคลใดอาศัยกรรมทำให้อวัยวะเพศทั้ง ๒ เกิดขึ้นได้ บุคคลนั้นชื่อว่า อุภโตพยัญชนกะ ดังวจนัตถะว่า อุภโต ปวตฺตํ พยญฺชนํ อตฺตีติ = อุภโตพยญชนโก อวัยวะเพศทั้ง ๒ ชนิดเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยกรรมมีแก่บุคคลใด ฉะนั้นบุคคลนั้นชื่อว่า อุภโตพยัญชนกะ หมายความว่า ด้วยอำนาจแห่งอกุศลกรรมอันเกี่ยวกับกาเมสุมิจฉาจาร เข้าเบียดเบียนกุศลกรรมที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ และทำให้อำนาจแห่งกุศลกรรมนั้นลดกำลังลง จึงปรากฏมีอวัยวะเพศได้ ๒ เพศในบุคคลเดียวกัน แต่อวัยวะเพศทั้งสอง ๒ นั้นหาได้ปรากฏในเวลาเดียวพร้อมกันไม่ เวลาใดปุริสภาวรูปปรากฏขึ้น เวลานั้นอิตถีภาวรูปย่อมไม่ปรากฏ และถ้าเวลาใดอิตถีภาวรูปปรากฏขึ้น เวลานั้นปุริสภาวรูปก็ไม่ปรากฏขึ้น ดังพระบาลีในอินทริยมาแสดงว่า “ ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ ตสฺสปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ “ แปลว่า อิตถินทรีย์กำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ปุริสินทรีย์ก็กำลังปรากฏขึ้นแก่บุคคลนั้นใช่ไหม “โน” แก้ว่า “ไม่ใช่” เป็นการยืนยันว่ามิใช่เกิดขึ้นพร้อมกัน
อุภโตพยัญชนกบุคคล มี ๒ จำพวก
๑. อิตถีอุภโตพยัญชนกบุคคล ได้แก่ บุคคลที่มีทรวดทรงสัณฐานลักษณะอาการตลอดจนอวัยวะเพศเป็นหญิงอย่างธรรมดา แต่ต่อมาเมื่อเวลาใดบังเกิดความกำหนัดพอใจในหญิงอื่น จิตใจที่เคยเป็นหญิงอยู่ก่อนก็จะหายไปผันแปรสภาพจิตใจเป็นชายขึ้นมาแทนที่ และในเวลาเดียวกันอวัยวะเพศชายก็ปรากฏขึ้นแทนอวัยวะเพศหญิง สามารถร่วมสมสู่กับหญิงอื่นได้
๒. ปุริสอุภโตพยัญชนกบุคคล ได้แก่ บุคคลที่มีรูปร่างสัณฐานลักษณะอาการเป็นชายทั้งอวัยวะเพศก็เป็นชาย แต่เมื่อเวลาใดเกิดความกำหนัดพอใจในชายอื่น เวลานั้นจิตใจ และอวัยวะเพศที่เคยเป็นชายอยู่ก่อนก็หายไปผันแปรสภาพจิตใจ และอวัยวะเพศเป็นหญิงขึ้นมาแทนที่ มีความสามารถร่วมสมสู่กับชายอื่นได้
ความแตกต่างกันระหว่างอุภโตพยัญชนกบุคคลทั้ง ๒ นี้ ก็คือ
อิตถีอุภโตพยัญชนกบุคคลนั้น ตนเองมีครรภ์กับบุรุษอื่นได้ ทั้งทำให้หญิงอื่นมีครรภ์กับตนก็ได้