ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

349,710 กระทู้ ใน 10,456 หัวข้อ- โดย 2,984 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: sone818

25 พฤษภาคม 2012, 04:54:34
` MeDicinE KKU Community `หน้าพระรูปมุมเด็กมัธยมหัวข้อ: พุทธศาสนสุภาษิต หรือหลักคำสอนศาสนาอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาแพทย์
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธศาสนสุภาษิต หรือหลักคำสอนศาสนาอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาแพทย์  (อ่าน 2135 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 22:36:32 »


ถ้าสอบติดเข้ามาแล้ว หรือจบเป็นแพทย์แล้ว อัตตา จะสูง สอนยาก หรืออีกอย่างไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
กระทู้นี้ไม่ได้เอาไว้ติเตียน แต่บอร์ดเรามีกระทู้แนะนำเรื่องการเรียนแล้ว ก็ต้องมีกระทู้คุณธรรม จริยธรรมควบคู่กันไปด้วย

ขอให้พี่ๆ ช่วยมาแนะนำน้องด้วยครับ สอนตั้งแต่ยังเล็กๆ ดีกว่าปล่อยไปไม่ใส่ใจ เพราะเราพี่น้องรักกัน จึงเตือนกัน

เริ่มเลย


อตฺตานํ อุปฺปมํกเร


เอาใจเขามาใส่ใจเรา

คุณธรรมอันดับต้นๆของความเป็นแพทย์ ถ้าเราทำงานรักษาคนโดยไม่สนใจคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือคนไข้เอง ยึดตัวเองสบายเป็นหลัก หรือแม้ว่าจะตั้งใจทำเพื่อคนไข้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้นึกถึงคนไข้เลยผลที่ตามมาย่อมเป็นไปในทางลบ

พี่ยกตัวอย่าง กรณีที่1 คุณหมอเอ(นามสมมติ) มีหน้าที่ต้องมาตรวจคนไข้เวลา 9.00 น. ของทุกวัน แต่คุณหมอเอ มาทำงานจริง10.00 น. เหตุผลคือตื่นสาย กว่าจะไปราวน์วอร์ดกว่าจะมาตรวจคนไข้ ก็ล่วงเลยเวลาไปมากโข
น้องๆมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง

กรณีที่2 คุณหมอบี(นามสมมติ)ตรวจคุณยายซี(นามสมมติ) พบว่าคุณยายมีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง แต่คุณยายไม่มาตามที่คุณหมอบีนัด คุณหมอบีโกรธ ต่อว่าคุณยายว่าทำไมหมอนัดถึงไม่มา ไม่อยากรักษา ไม่อยากหายใช่มั้ย คุณยายกลัวหมอเลยนั่งเงียบ ไม่ยอมบอกเหตุผลว่า ที่ไม่มาโรงพยาบาลเพราะต้องเลี้ยงหลานอีกสองคนอายุ 3 กับ 5 ขวบที่ลูกสาวเอามาทิ้งไว้ให้ และเดือนนี้ลูกชายคนโตยังไม่ได้ส่งเงินมา ที่มาโรงพยาบาลครั้งนี้ก็คือติดรถเพื่อนบ้านมา
อยากให้น้องๆให้ความเห็นทั้ง 2 กรณี
และเปรียบเทียบกันว่า น้องๆมีความเห็นว่ากรณีที่ 1 และ 2 ต่างกันอย่างไร

กรณีที่3 คุณลุงดี มาหาหมอที่โรงพยาบาลโคกอีโด่ย(อยุ่ห่างจากตัวจังหวัด 120 กม.)ด้วยเรื่องเล็บขบ ขณะนั้นเวลา 5 ทุ่ม นั่งรอหมอตรวจอยู่สองชั่วโมง ยังไม่ได้ตรวจ จึงไปโวยวายด่าพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์ห้องฉุกเฉินว่าหมอเห็นแก่ตัว ไม่มีจรรยาบรรณ ไม่ลงมาตรวจซักที พยาบาลพยายามจะอธิบายว่าคุณหมอกำลังทำคลอดเด็กฝาแฝดอยูในห้องคลอด และโรงพยาบาลมีหมอคนเดียว แต่คุณลุงก็ไม่ยอมฟัง
ช่วยให้ความเห็นกรณีที่ 3


ตัวอย่างที่พี่ยกมาให้จะค่อนข้างชัดเจน เพื่อให้เหมาะกับน้องๆ
ลองฝึกคิดดูได้ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนม.ปลาย หรือนศ.พ.ปีไหนก็ตาม

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

PANG_KARU

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 ธันวาคม 2009, 22:47:10 โดย Lordgobgab » บันทึกการเข้า
แฮ่
Medicine 37th KKU
ท้องฟ้ากว้างใหญ่
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,147

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 56
-เขาให้: 34



« ตอบ #1 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 22:43:34 »

ตอบได้มั๊ย?
บันทึกการเข้า

water
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 22:46:31 »

ลองตอบสิ
บันทึกการเข้า
vanb+
Medicine 38th KKU
เหยี่ยวปั๊มแหลก
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 934

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 187
-เขาให้: 160


So do you ?


« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 22:47:05 »

้กรณีที่ 2 น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายเลย
แต่สงสารคุณยายมากๆเลย อ่านแล้วนึกถึงครอบครัวตัวเองสมัยก่อน TT^TT
รักอาม่าที่สุดเลย

กรณีที่3 คุณลุงคงจะอารมณ์เสียเพราะลุงแกเดินทางมาไกลแต่ผมรู้สึกว่าลุงแกทำไม่ถูกเท่าไร
 


สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Ngim, Yamato, •°o.O k ï m J ï O.o°•, العربية, rOundFing3r, a_ThR*, Orange, :-P, <BOOBEE>, War De Luffy, Mon, • w • จะเป็นหมอ, endless49, naloma, ชีวิตคือการเดินทาง, Zeriie*, zxcvbn, keemkung, ErosAmor, GO on., yoshou, iammind, [_possible_], mysadong, SweetChilL, ~KubKib~, Spheriks, gunm, N n a n, Lord_GaLaHaD[MJ]ARTHUr -*- It's ME -*-, MOonLigHt
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 23:01:30 »

กรณีแรกชัดเจน ดูยังไงก็รู้ว่าหมอไม่ควรทำ

กรณีที่สอง ต่างจากกรณีแรกนิดนึง ตรงที่เจตนา อยากรักษาให้หาย มีความตั้งใจดี ไม่บกพร่องต่อหน้าที่ แต่ว่าไม่ได้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่รู้ว่าคุณยายลำบากมากไหม ไมคิดวิเคราะห์หาเหตุว่า ทำไมยายไม่มา มีปัญหาอะไร ทำไมถึงขาดนัด และเข้าไปช่วยเหลือให้ตรงจุด มากกว่าการใช้ผลลัพธ์คือหวังเพียงรักษาให้หายเป็นที่ตั้งเพียงอย่างเดียว โดยไม่ดูที่กระบวนการด้วยเลย ว่าคนไข้จะลำบากอย่างไร เดือดร้อนแค่ไหน

กรณีที่สาม ที่ยกตัวอย่างให้ดูหมายความว่า ในมุมมองกลับกัน ผู้ป่วยก็ต้องรู้จักหน้าที่ของตนเองเช่นเดียวกันกับแพทย์ โดยเฉพาะในสังคมไทยที่มีบุคลากร และทรัพยากรจำกัด ไม่ควรเอาตนเองเป็นที่ตั้งฝ่ายเดียว ถ้าหมอมีเหตุฉุกเฉินต้องช่วยคนไข้ ตัวเองป่วยเล็กๆน้อยๆ สามารถรอได้ ก็ควรจะรอ อย่างน้อยก็คิดถึงว่ายังมีคนลำบากกว่เราอีกเยอะ


พี่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน medical ethic ประสบารณ์ยังน้อยและก็แก่กว่าน้องๆแค่ไม่กี่ปี จึงคงไม่สามารถเสนอแนะได้ทั้งหมด อยากให้น้องๆช่วยกันลองออกความเห็น ว่าถ้าเป็นน้องๆ จะมีความเห็นในสถานการณ์ทั้งสามอย่างไรบ้าง และน้องๆสามารถตอบคำถามถึงความเข้าใจในคำว่า อตฺตานํ อุปฺปมํกเร ในกรณีศึกษาทั้งสามนี้ได้หรือไม่


พี่จะรอคำตอบอยู่นะครับ ในใจหวังว่า น้องๆจะให้ความสนใจกระทู้นี้เท่าเทียมกับกระทู้ไร้สาระอื่นๆในบอร์ดนี้นะครับ
อย่าให้โพสท์นี้เป็น last reply ไม่งั้นพี่คงผิดหวังกับน้องรุ่นหลังๆมาก

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

vanb+, Zeriie*, KoTo, PANG_KARU

บันทึกการเข้า
<:MoRPhiNE:>
Medicine 36th KKU
มนุษย์ต่างด้าวเอ้ย!ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,018

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 147
-เขาให้: 159


But sometime, one can make all the difference.


« ตอบ #5 เมื่อ: 16 ธันวาคม 2009, 23:11:08 »

อยากให้ตอบแนวๆไหนอะพี่

บันทึกการเข้า



a y e - P
Medicine 37th KKU
ช้างตัวไม่ใหญ่
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 624

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 335
-เขาให้: 33


รักกัน แพทย์ขอนแก่น


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2009, 12:47:05 »

กรณีที่ 1 หมอผิดเต็มๆค่ะ
กรณีที่ 2 สงสารคุณยายซี คุณหมอน่าจะคิดในมุมมองคุณยายดูนะคะว่า มีเหตุผลใดบ้างที่คุณยายมาไม่ได้ ไม่รู้ก็ลองถามดูก่อน จะะได้ทำให้คนไข้สบายใจขึ้นด้วย ไม่ใช่ยายผิดก็วีนยายเลย อย่างนี้ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ก็จะไม่ดีไปด้วย มีอะไรคนไข้ก็ไม่กล้าคุยกับหมอ
กรณีที่ 3 หมอทำถูกแล้วค่ะ คุณลุงดีมาทีหลัง และอาการไม่หนัก สามารถรอได้ก็รอไปก่อน หมอมี 2 มือ ถ้าปวดมากก็ให้พยาบาลช่วยทำแผลไปก่อน(ได้มั้ย?)
ปัญหาขาดแคลนแพทย์ในที่ทุรกันดาร - -


ตอนนี้อยู่ปีหนึ่ง เรียน ethic แล้วหนักใจเลย มีกรณียากๆที่เราต้องตัดสินใจเยอะมาก รู้สึกว่า ตัดสินใจยังไงหมอก็ผิดอยู่ดี -*-

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab, PANG_KARU

บันทึกการเข้า

รณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
Zeriie*
Medicine 38th KKU
เหยี่ยวปั๊มแหลก
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,030

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 565
-เขาให้: 242


:: อย่าลังเลที่จะทำความดี


« ตอบ #7 เมื่อ: 17 ธันวาคม 2009, 14:58:07 »

ขอลองตอบด้วยนะคะ
กรณีที่ 1 หมอผิด ที่ไม่มีความรับผิดชอบ -*-
กรณีที่ 2 หมอต้องนึกเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย  ดูที่เหตุผลของคนไข้ด้วย อย่ามาที่กระบวนการรักษาอย่างเดียว
ถ้ามองเห็นปัญหาแล้วคงปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาให้จำเป็นต้องมาตรวจน้อยลง (น่าจะมีทาง)
กรณีที่ 3 คนไข้ต้องเอาใจหมอมาใส่ใจเรา  ตอนแรกอาจจะไม่รู้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่/พยาบาลอธิบายให้ฟังแล้วน่าจะเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่ได้เจ็บหนักจนทนไม่ได้ก็ทนรอสักหน่อย

^^
ทำไมคำตอบมันคล้ายๆพี่ๆนะ (เห็นด้วยกับพี่ a y e - P  ด้วย)
 หรือว่าเราขี้ลอก 55

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า

*~ I saw u smiling at me , was it real or just my fantasy? !!   *Oopz., * Ouch ,, Tada* ,,. *Bingo!
..,, > ~ หมื่นลี้ย่อมมีก้าวแรก ## กระบี่อยู่ที่ใจ ใช้แค่ไม้ไผ่ก็ไร้เทียมทาน ~..
KoTo
Medicine 36th KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,099

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 284
-เขาให้: 161


พยายามจะปล่อยแสง... แต่... ไม่มี TT-TT


« ตอบ #8 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 13:50:34 »

เคยเจอเหมือนกันค่ะ   เหตุการณ์แบบนี้   เจอกับตัวเองเลย

แต่มันคงจะแก้ได้  โดยการเปิดใจคุย   เปิดใจฟัง   ใช้เหตุผลไม่ใช่อารมณ์

เอาใจเขามาใส่ใจเรา  คงเป็นคำที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุด



เฮ้อ...  น้องคงต้องฝึกให้ใจเย็นกว่านี้   และมองโลกในแง่ดีกว่านี้   ถึงจะเป็นหมอที่ดีได้...

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า

Don’t let your heart be filled with sorrow.   For all you know tomorrow, the dream that you wish will come true.

No matter how you heart is grieving,   If you keep on believing, the dream that you wish will come true.

"When you can dream, then you can start.   A dream is a wish you make with your heart."
bulletban
Medicine 37th KKU
นกน้อย LV.99
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 887

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 80
-เขาให้: 90


หยุด..เพื่อมองสิ่งต่างๆรอบตัว


« ตอบ #9 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 14:53:01 »

ขอตอบบ้างล่ะกันนะคับ

กรณีแรกคงไม่ต้องพูด

กรณีสอง อยากให้ลองมองในมุมของคุณหมอบ้าง ในการที่หมอนัดคุณยายนั้นเพราะความผิกปกติของคุณยายน่าเป็นห่วงและอีกอย่าหมอคงมีกำหนดการที่ต้องต้องตรวจคนไข้คนอื่นด้วยไม่ได้ตรวจเฉพาะคุณยายคนเดียว ยายเองก้อควรบอกเหตุผลกับหมอเพื่อที่คราวหน้าจะได้นัดเวลาที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย แต่หมอก้อควรจะใจเย็นๆคอยๆถามสาเหตุ ผมว่าในกรณีนี้ควรเอาทั้งใจหมอใจยายมาใส่ใจเราด้วย

กรณีสามเห็นชัดเจนไม่ขอพูดล่ะกันนะคับ

อาจมีความเห็นที่แตกต่างนะคับ นานาจิตตังคับ

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า

การหยุดที่ใครบางคน สำหรับอื่นๆแล้วมันคงเป็นอะไรที่สุดยอด สำหรับผมนะหรอ มันคือสีสัน ความตื่นเต้น เร้าใจ และแปลกใหม่...ที่จบลง

NUT
ก้อนกรวดริมทาง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 8

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 2

I wanna be....DOCTOR...


« ตอบ #10 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 15:44:59 »

หนูขอตอบแบบเชิงความคิดเห็นนะค่ะ

อย่างกรณีที่1 หนูคิดว่าการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าอาชีพไหนๆ
บันทึกการเข้า
NUT
ก้อนกรวดริมทาง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 8

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 2

I wanna be....DOCTOR...


« ตอบ #11 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 15:58:37 »

หนูขอตอบแบบเชิงความคิดเห็นนะค่ะ

อย่างกรณีที่1 หนูคิดว่าการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าอาชีพไหนๆ และโดยเฉพาะอาชีพที่มีชีวิตของคนภายใต้การดูแล
                    ของเราแล้วนั้น การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
กรณีที่2   หนูคิดว่าคุณหมอ คงเป็นห่วงสุขภาพของคุณยาย และก็ต้องการให้ผู้ที่มารับการรักษาจากตนหาย ปลอดภัย อย่างเร็วที่สุด
                ซึ่งหนูคิดว่าคุณหมอคงไม่มีเจตนาจะพูด หรือข่มเหงคุณยาย แต่คุณหมอท่านนี้ ควรควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้ ควร
               ซักถามคุณยายให้ดีก่อน ถึงเหตุผลที่คุณยายไม่ยอมมาตามนัด ค่ะ
กรณีที่3   กรณีนี้คงไม่เป็นความผิดของคุณหมอ เพราะ อย่างกรณีคนไข้คลอดลูก กับ เล็บขบ การผ่าตัดทำคลอดย่อมมีความ
               อันตรายมากกว่า  แล้วในห้องคลอดยังมีอีก 3 ชีวิตที่ยังไม่ปลอดภัย หนูคิดว่า คุณลุงควรเข้าใจในข้อนี้ แล้วนั่งรออีก
               สักพัก หรือจะกลับมาให้ก็ได้ คุณลุงควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา หากว่าคนในห้องคลอดเป็นภรรยาคุณลุงเอง คุณลุงจะเป็น
                อย่างไร

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า
JAOJOM
ก้อนกรวดริมทาง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 0
-เขาให้: 1


« ตอบ #12 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 19:05:49 »

ความเห็นของหนูนะคะ
กรณีที่1   หนูว่าการเป็นหมอเวลาน่าจะสำคัญมากๆเลยนะ ถ้าสมมติว่าคุณหมอมาช้าเพียงเสี้ยววินาทีเนี่ย
                   มันอาจเป็นเสี้ยววินาทีสุดท้ายของคนไข้ก็ได้นี่ กรณีแรก แย่ๆ
กรณีที่2   คนเป็นหมอนี่น่าจะสอบถามปัจจัยหลายๆอย่างก่อนนะคะ เหมือนก่อนวินิจฉัยโรคอ่ะ ก็ต้องสอบถามอาการต่างๆก่อน
            แต่นี่เล่นว่ายายเลยย ไม่เห็นคิดเลยว่านานมีปัญหาีรึเปล่า       
กรณีที่3   คุณลุงอารมณ์ร้อนไปมั้ยคะ ??  หมอก็คงจะรีบเหมือนกันแหละ เพราะรู้ว่ามีคนไข้ให้รักษาอีก
               แต่ก็ต้องช่วยชีวิตเด็กแฝดกับแม่เด็กก่อน  เห็นใจคุณหมอ

         หนูมีความเก็นแค่นี้แหละค่ะ ความคิดเล็กๆ
        ^ ^

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า
ผีสโมฯ
ก้าวข้ามไปสู่ชีวิตจริง
รองบอส
นกน้อย LV.99
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 899

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 31
-เขาให้: 67


ถึงรักจะสั้น แต่ความจำฉันยาว


« ตอบ #13 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 20:09:22 »

อืมมมมม
มาตีุ้ฟุ้งเฉยๆ ความจริงเห็นด้วยกับทุกความเห็นนะครับ คิดแบบเดียวกันกะน้องที่ว่า
ข้อ 1 หมอผิด
ข้อ 2 ควรฟังยายบ้าง
ข้อ 3 ลุงผิด

แต่ลองมองอีกมุมดูละกันนะครับ
ข้อ 1 หมอเอ เป็นแพทย์คนเดียวในโรงพยาบาล (เหมือนข้อ 3 ^^ ) เมื่อ คืนผ่าตัดคลอดลูกแฝด แล้วยังมาทะเลาะกับคนไข้ต่ออีก ทั้งที่เดีอนนี้คนอื่นลากลับไปรับปริิญญา อยู่เวรติดกันมา 4 วันแล้ว พอทำแผลเล็บขบเสร็จ ก็เลยได้นอนบ้างจึงตื่นสาย

อันนี้ยกว่าเค้าอาจมีเหตุผลที่จำเป็น แต่ไม่ควรทำบ่อยเฉยๆ

ข้อ 2 กับ 3 ยังนึกไม่ออก นึกได้จะมารวมให้นะครับ

ปล. ไม่ได้ตั้งใจป่าวนนะ ถ้าว่าไม่ดีก็ลบได้ครับ   
 

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

Lordgobgab

บันทึกการเข้า

แม้ที่นี่ไม่มีพระธรรมจักร ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว ก็เพริศแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
ไม่ได้ติดตราพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันใฝ่
มาติดตราพระธาตุพนมเป็นไรไป เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง"
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 19 ธันวาคม 2009, 20:59:29 »

เรื่องถัดไป สมบัติผู้ดี ในที่นี้หมายถึงผู้มีความประพฤติดี ไม่ใช่ผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดิน หรือไฮโซในสังคมปัจจุบันนี้

สมบัติผู้ดี: บทที่ ๓ ผู้ดี ย่อมมีสัมมาคารวะ

ข้อ นี้หมายความว่า กิริยาอาการที่แสดงออกของบุคคลที่เป็นผู้ดีนั้นย่อมแสดงออกแต่ในทางสุภาพ เรียบร้อยน่าดูน่าชมเท่านั้น กิริยาอาการนี้ก็เป็นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง โบราณท่านกล่าวไว้ กิริยาส่อชาติ มารยาทส่อสกุล เพราะฉะนั้นการแสดงกิริยาอาการที่สุภาพอ่อนโยนงดงาม จึงเป็นการสมควรที่ทุกคนควรทำอย่างยิ่ง ท่านแบ่งไว้ดังนี้

กายจริยา หมายถึงการแสดงสัมมาคารวะทางกาย

(๑) ผู้ดีย่อมนั่งด้วยกิริยาอันสุภาพเฉพาะหน้าผู้ใหญ่ หมายความว่า เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ต้องรู้ที่นั่งของตน ว่าตนควรจะนั่ง ณ ที่แห่งใด และควรจะนั่งอย่างไร เช่น ผู้ใหญ่อยู่กับพื้นก็ควรนั่งกับพื้น และควรนั่งพับเพียบ ในระยะห่างพอควรแก่สถานที่และธุระที่ทำ ถ้าท่านนั่งเก้าอี้และท่านอนุญาตให้นั่งเก้าอี้ด้วยก็ควรนั่ง แต่ไม่ควรนั่งไขว้ขาหรือกระดิกเท้าตามใจชอบ ควรนั่งด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย ควรแก่สถานที่และภาวะของตน

(๒) ผู้ดีย่อมไม่ขึ้นหน้าผ่านตาผู้ใหญ่ หมายความว่า เมื่อเดินไปกับผู้ใหญ่ต้องเดินตามหลังท่าน และไปในระยะไม่ห่างนัก ไม่ชิดนัก เพราะถ้าเดินห่างนักพูดไม่ค่อยได้ยิน ถ้าเดินชิดนักจะสะดุดส้นท่าน ต้องเดินในระยะพอสมควรที่จะพูดถามได้ยินสะดวก ต้องไม่เดินแซงขึ้นหน้าผู้ใหญ่ หากไม่ได้เดินร่วมไปกับท่าน เมื่อท่านเดินมา มีความจำเป็นต้องผ่าน ก็ไม่ควรเดินผ่านหน้าท่านควรหาทางที่จะผ่านไปทางหลังท่าน จึงดูสุภาพ

(๓) ผู้ดีย่อมไม่หันหลังให้ผู้ใหญ่ หมายความว่าขณะที่อยู่ใกล้ผู้ใหญ่ไม่ว่าในที่เช่นใด ต้องไม่หันหลังให้ผู้ใหญ่ ต้องหันหน้าเข้าหาท่าน จึงดูเรียบร้อยดี

(๔) ผู้ดีแหวกที่หรือให้ที่นั่งอันสมควรแก่ผู้ใหญ่หรือผู้หญิง หมายความว่า ขณะที่เรานั่งหรือยืนอยู่ในที่ใด ๆ ก็ตาม เช่น ในที่ชุมชน หรือในรถโดยสาร เมื่อมีผู้ใหญ่คือผู้สูงอายุ คือ คนชรา หรือผู้หญิงขึ้นมาภายหลังต้องให้ที่นั่งแก่คนเหล่านั้นตามสมควร แต่ถ้าเป็นผู้ที่อยู่ในวัยที่เสมอกัน ตามปรกติไม่ต้องให้ที่นั่ง แต่ถ้าคนเหล่านั้นอุ้มเด็กมา หรือมีครรภ์หรือมีของหนักติดมือมาก็ต้องลุกให้ตามควร อย่างนี้จึงดูสุภาพดี

(๕) ผู้ดีย่อมไม่ทัดหรือคาบบุหรี่ คาบกล้อง และสูบให้ควันไปรมผู้อื่น หมายความว่า เมื่อเราเข้าไปหาผู้ใหญ่หรือเดินทางไปกับผู้ใหญ่ หรืออยู่ร่วมกับผู้ใหญ่ เราไม่ควรเอาบุหรี่มาทัดหู แม้ของอื่นก็ไม่สมควร เมื่อจะสูบบุหรี่ก็ไม่ควรคาบกล้องต่อหน้าผู้ใหญ่ อีกอย่างหนึ่งในที่ชุมชน จะเป็นในที่ประชุมกันก็ตาม อยู่ในรถก็ตาม ไม่ควรสูบบุหรี่ที่เดียว ถ้ามีความจำเป็น ก็ควรอยู่ใต้ลมและเบื้องหลังท่าน อย่างนี้จึงสุภาพดี

(๖) ผู้ดีย่อมเปิดหมวกเมื่อเข้าชายคาบ้านผู้อื่น หมายความว่า เมื่อจะเข้าเขตของท่านผู้ใด ต้องแสดงความเคารพต่อเจ้าของเขตนั้น ๆ จึงเป็นการสมควรทีเดียวที่จะต้องเปิดหมวกออก

(๗) ผู้ดีย่อมเปิดหมวกในที่เคารพ เช่น โบสถ์ วิหาร ไม่ว่าแห่งศาสนาใด หมายความว่า ตามธรรมดาคนเรานี้มีความเชื่อถือในลัทธินิยมต่าง ๆ กัน แล้วแต่ความสมัครใจของตน เป็นเสรีภาพอย่างหนึ่งในการนับถือศาสนาในลัทธินิยมเหล่านั้น ย่อมมีสิ่งที่เคารพนับถือของผู้เชื่อถือจะได้ยึดถือเป็นหลักใจเป็นที่รวมของ คนทั้งหลาย จึงมีสถานที่กลางขึ้น เรียกทั่งไปในภาษาไทยว่าวัดบ้างศาลเจ้าบ้างหรือเรียกอนุโลมเพื่อให้เข้าใจ กันได้ว่า โบสถ์บ้าง วิหารบ้าง สุเหร่าบ้าง ตามที่หมายรู้กัน สถานที่เหล่านี้เราเรียกกันออกไปอีก เช่น ปูชนียสถานบ้าง เจดียสถานบ้าง ตามถนัดที่จะหมายรู้กันได้ เมื่อรวมลงกันแล้วสถานที่เหล่านี้ก็เป็นที่เคารพอย่างสูงสุดของผู้นับถือ ลัทธินิยมนั้น ๆ การเข้าไปในเขตบริเวณสถานที่เหล่านั้นเช่นเดียวกับสถานที่ซึ่งตนเคารพนับถือ การแสดงความเคารพนั้นมีหลายวิธี ถ้าสวมรองเท้า เมื่อจะเข้าไปในเขตนั้น ต้องถอดรองเท้า ถ้าสวมหมวกต้องเปิดหมวก ถ้ากางร่มต้องลดร่ม แต่เรื่องการถอดรองเท้านี้ ถ้าสวมตามเครื่องแบบมีข้อบังคับว่าถอดไม่ได้ ถอดเป็นการแสดงความไม่เคารพ เช่นนี้ไม่ต้องถอดรองเท้าก็ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อจะเข้าในสถานที่เคารพทุกแห่งควรแสดงความเคารพก่อนเข้าไป

(๘) ผู้น้อยย่อมเคารพผู้ใหญ่ก่อน หมายความว่าในการแสดงความเคารพต่อกันและกันนั้น ตามปรกติผู้น้อยต้องเคารพผู้ใหญ่ก่อน แล้วผู้ใหญ่จึงรับเคารพภายหลัง เช่น เมื่อพบกัน ผู้น้อยต้องแสดงความเคารพผู้ใหญ่ เช่น ไหว้ก่อนแล้วผู้ใหญ่จึงรับไหว้ภายหลัง ข้อนี้หากอยู่ในเครื่องแบบอย่างไรในที่เช่นใดต้องทำให้เหมาะแก่กาลเทศะ

(๙) ผู้ชายย่อมเคารพผู้หญิงก่อน หมายความว่าเมื่อชายหญิงได้พบกันในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตามปรกติผู้ชายต้องเคารพผู้หญิงก่อน จึงจะนับว่าเป็นมรรยาทที่ดี ทั้งนี้หมายถึงสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษโดยทั่วไป มิใช่แก่พ่อแม่พี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายายครูบาอาจารย์ ซึ่งต้องเคารพกันฐานญาติอยู่แล้ว

(๑๐) ผู้ลาย่อมเป็นผู้เคารพก่อน หมายความว่าแขกผู้ไปถึงถิ่นของท่านผู้ใด ไม่ว่าผู้นั้น ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นบุคคลประเภทใด เมื่อจะลากลับฝ่ายผู้เป็นแขกต้องแสดงคารวะต่อเจ้าถิ่นโดยสถานใดสถานหนึ่ง ตามควรแก่ภาวะของตน ถ้าแขกเป็นผู้น้อยกว่า ก็ทำตามภาวะของผู้น้อย ถ้าแขกเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ทำตามภาวะของผู้ใหญ่

(๑๑) ผู้เห็นก่อนโดยมากย่อมเคารพก่อน หมายความว่าในการพบปะกันในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ในงานชุมชน ในการพบปะกันในที่เช่นนั้น ตามปรกติผู้ที่เห็นควรแสดงความเคารพก่อน โดยควรแก่ภาวะของตน เช่น ทักก่อน หรือ แสดงอาการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เห็นว่ามีไมตรีกัน

(๑๒) ผู้ใดเคารพตนก่อน ควรตอบเขาทุกคน ไม่เฉยเสีย หมายความว่าในการแสดงความเคารพต่อกันนั้นและกันนั้น ตามปรกติย่อมถือหลักว่า ผู้ไหว้ย่อมได้ไหว้ตอบ ผู้เคารพย่อมได้เคารพตอบโดยหลักนี้เมื่อมีผู้ใดมาแสดงความเคารพต่อเรา เราต้องแสดงเคารพตอบทันที ตามปรกติธรรมเนียมไทย ผู้น้อยต้องแสดงก่อน เช่น ไหว้ก่อน เป็นต้น เป็นผู้ใหญ่ควรยกมือขึ้นไหว้ตอบผู้น้อยแต่การรับไหว้นี้จะยกสูงต่ำเพียงใร ย่อมแล้วแต่ภาวะอันควร แต่บางที่อาจก้มศีรษะน้อมรับก็ได้ ส่วนธรรมเนียมตะวันตก เช่น จับมือ ผู้ใหญ่ต้องให้มือก่อนแล้วผู้น้อยจึงจับ เป็นผู้น้อยจะยื่นมือให้ผู้ใหญ่เป็นการไม่สมควร


วจีจริยา การแสดงสัมมาคารวะทางวาจา

(๑) ผู้ดีย่อมไม่พูดจาล้อเลียนหลอกลวงผู้ใหญ่ หมายความว่า ตามปรกติผู้น้อยย่อมต้องเคารพผู้ใหญ่อยู่ทุกโอกาส แล้วพูดจาปราศรัยกับผู้ใหญ่ก็ต้องพูดเรียบร้อยเป็นสัมมาคารวะ ต้องไม่พูดจาล้อเลียนหรือหลอกลวงท่าน ดังนั้นจึงต้องพูดจาปราศรัยกับผู้ใหญ่ด้วยสัมมารวะเสมอ

(๒) ผู้ดีย่อมไม่กล่าวร้ายถึงญาติมิตรที่รักใคร่นับถือของผู้ฟัง หมายความว่า เราพูดกับใครเราไม่ควรพูดถึงญาติมิตรที่ผู้พูดอยู่กับเรานั้นรักใคร่นับถือ กันในทางเสียหาย คือไม่นินทาเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องของผู้ที่พูดอยู่ด้วยให้ผู้นั้นฟัง เช่น เราพูดกับนายแดง เราไม่ควรว่าเพื่อนหรือญาติของนายแดงเป็นต้น โดยปรกติแล้วเราไม่ควรพูดถึงใคร ๆ ในทางที่เสื่อมเสีย ควรพูดถึงแต่ในทางที่ดีเท่านั้น

(๓) ผู้ดีย่อมไม่กล่าววาจาติเตียนสิ่งเคารพ หรือที่เคารพของผู้อื่นแก่ตัวเขา หมายความว่า สิ่งเคารพได้แก่ เจดียสถานหรือศาสนา ที่เคารพได้แก่ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือครูบาอาจารย์ ในการสนทนาปราศรัยกันนั้น เมื่อรู้ว่าผู้นั้นถือลัทธิต่างกัน เราไม่ควรพูดจาติเตียนสิ่งเคารพของเขา เช่น เราถือพุทธ เพื่อนเราถือคริสต์ เราไม่ควรติเตียนพระเยซูให้เพื่อนเราฟัง หรือพูดกับนายดำเราไม่ควรติเตียนพ่อนายดำดังนี้เป็นต้น นี้เป็นเรื่องของจิตใจไม่ควรกระทบน้ำใจกัน

(๔) ผู้ดีเมื่อจะขอทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ย่อมต้องขออนุญาตตัวเขาก่อน เมื่อเรามีความจำเป็นจะล่วงเกินผู้อื่น เช่น เราเห็นผงหรือตัวแมลงติอยู่บนศีรษะของผู้อื่น เรามีความปรารถนาดีจะช่วยหยิบผงหรือตัวแมลงนั้นออก ก่อนที่เราจะทำควรขอโทษเขาเสียก่อนแล้วจึงหยิบออก หรือเมื่อจะพูดถึงเรื่องของเขาก็ต้องขอโทษเขาก่อนจึงพูด หรือแม้การอย่างอื่นก็ทำนองเดียวกัน โดยที่สุดแม้จะฟ้องใครยังต้องบอกให้ผู้ถูกฟ้องทราบก่อน ทำอย่างนี้จึงเป็นการสมควร

(๕) ผู้ดีเมื่อตนทำพลาดพลั้งแก่บุคคลใด ควรออกวาจาขอโทษเสมอ หมายความว่า เมื่อเราอยู่รวมกับคนหมู่มากเราอาจกระทบมือกระทบเท้ากันได้บ้าง เมื่อพลาดพลั้งไปเช่นนั้นก็ต้องกล่าวคำขอโทษทุกครั้ง จึงจะเป็นการสมควร

(๖) ผู้ดีเมื่อผู้ใดได้แสดงคุณต่อตนอย่างไร ควรออกวาจาขอบคุณเขาเสมอ หมายความว่า เมื่อมีผู้หนึ่งผู้ใดช่วยเหลือเราด้วยประการใด ๆ ก็ตามในทางที่ดีนั้น เราต้องกล่าวคำขอบคุณท่าน เช่น เขาให้ที่นั่งเรา เขาให้ทางเรา หรือเขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เราอย่างไร เราต้องกล่าวคำขอบคุณเขาทุกครั้ง จึงจะเป็นการสมควร


มโนจริยา หมายถึงการแสดงความมีน้ำใจอันดีงามเป็นสัมมาคารวะ

(๑) ผู้ดีย่อมเคารพยำเกรงบิดามารดาและอาจารย์ หมายความว่าบุคคลผู้สร้างชีวิตของเรา เท่าที่เราเกิดขึ้นมานี้ ก็มีเพียงสองคนเท่านั้น ท่านทั้งสองคือ พ่อกับแม่นี้เป็นผู้มีความรักเราจริงเป็นผู้สร้างชีวิตและร่างกายเราโดยแท้ ถัดจากนั้น ก็มีบุคคลที่มีคุณควรเคารพ คือ ครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์เป็นผู้สร้างชีวิตเราในฝ่ายวิชาความรู้ วิชาความรู้ที่มีอยู่ในตัวเรานี้ ตั้งต้นแต่อ่านเขียนได้ คิดเลขได้ ตลอดถึงวิชาทำมาหากินได้นี้ ก็เพราะครุบาอาจารย์บุคคลเหล่านี้ เราต้องเคารพยำเกรง ไม่ว่าในที่ใด ๆ ไม่ว่าในเวลาใด ๆ ไม่ว่าในเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าท่านผู้นั้นจะอยู่ในภาวะอย่างไรก็ตามเรามีทางเดียวที่จะพึงปฏิบัติต่อ ท่าน คือมีความเคารพยำเกรงในท่านเท่านั้น อย่างนี้จึงสมควร

(๒) ผู้ดีย่อมนับถือนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ หมายความว่า ผู้ใหญ่คือบุคคลผู้มีความเจริญกว่าเรา กำหนดได้เป็น ๓ คือ ๑.เจริญโดยชาติ หมายความว่า เกิดในสกุลที่ประชาชนยกย่องนับถือว่าสูงศักดิ์ เช่น ตระกูลกษัตริย์ บุคคลที่เกิดในตระกูลเช่นนี้ เช่น เจ้าฟ้า หรือเจ้านายชั้นรองลงมาก็ดี แม้ทรงมีอายุน้อยมีอายุน้อยกว่าเรา เราก็ควรเคารพท่านเป็นต้น ๒.เจริญโดยวัย หมายความว่าเกิดก่อนเรา มีอายุมากกว่าเรา แม้มีศักดิ์ต่ำกว่า เราก็ต้องเคารพท่าน ๓.เจริญโดยคุณ หมายเอาบุคคลผู้มีคุณธรรมสูง เป็นภิกษุสามเณรหรือบุคคลอื่น เช่น ครูบาอาจารย์ ท่านเหล่านี้ชื่อว่า ผู้ทรงคุณ เราควรเคารพท่าน หรือถือหลักง่าย ๆ ว่าเป็นผู้น้อยต้องแสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่

(๓) ผู้ดีย่อมมีความอ่อนหวานต่อผู้น้อย หมายความว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่นั้น คือผู้ที่มีคุณธรรม คือมีเมตตากรุณาเป็นหลักใจ เห็นผู้ที่น้อยกว่าตนไม่ว่าสถานใดสถานหนึ่งแล้ว ต้องไม่แสดงอาการข่มขู่ให้ตกใจกลัว หรือไม่แสดงอาการเอารัดเอาเปรียบ ต้องแสดงความสงสารเอ็นดูปรานี โดยถือหลักว่าเป็นผู้ใหญ่ต้องแสดงความเมตตากรุณาต่อผู้น้อย จึงทำให้ผู้น้อยเคารพรักด้วยน้ำใสใจจริงไม่ใช่จำใจต้องเคารพไปตามหน้าที่ เท่านั้น

  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=adhocquery&month=01-2008&date=14&group=3&gblog=7

สมาชิกต่อไปนี้ให้ Gift คุณ:

KoTo, Zeriie*, Pyrogarudeum coniferensis, a y e - P, PANG_KARU

บันทึกการเข้า
KoTo
Medicine 36th KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,099

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 284
-เขาให้: 161


พยายามจะปล่อยแสง... แต่... ไม่มี TT-TT


« ตอบ #15 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2009, 09:15:51 »

= =

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเข้าไปเรียนมาแตร์ใหม่เลยค่ะพี่ก๊อบ

จริง ๆ สมบัติผู้ดีนี่ไม่ใช่เหมาะสำหรับแพทย์แค่นั้นนะคะ

แต่เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติของทุกคนเลย

สังคมเราจะได้น่าอยู่



ปล.  อันนี้น้องก็ต้องพยายามอีกเยอะเช่นกัน  TT-TT

บางทีอาจารย์ทำอะไรงี่เง่าเราก็แอบโมโห   ทำตัวไม่ดีใส่   

คราวหลังจะใจเย็น  ๆ    (แอบสารภาพบาปนะเนี่ย)
บันทึกการเข้า

Don’t let your heart be filled with sorrow.   For all you know tomorrow, the dream that you wish will come true.

No matter how you heart is grieving,   If you keep on believing, the dream that you wish will come true.

"When you can dream, then you can start.   A dream is a wish you make with your heart."
2Puppet
Medicine 36th KKU
รีบปั้ม เดี๋ยวพี่ก๊อบกินตับ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,527

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 154
-เขาให้: 235



« ตอบ #16 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2009, 10:23:46 »

^
^


เกลียดเด็กด้วย
บันทึกการเข้า
lordgobgab
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2009, 10:29:19 »

^
มีซักข้อมั้ย
บันทึกการเข้า
2Puppet
Medicine 36th KKU
รีบปั้ม เดี๋ยวพี่ก๊อบกินตับ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,527

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 154
-เขาให้: 235



« ตอบ #18 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2009, 10:44:43 »

^
^
^


เกือบจะมีๆๆ
บันทึกการเข้า
KoTo
Medicine 36th KKU
ไอ้หื่นระดับจักรวาล
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3,099

ถูกใจให้ Gift
-ให้เขา: 284
-เขาให้: 161


พยายามจะปล่อยแสง... แต่... ไม่มี TT-TT


« ตอบ #19 เมื่อ: 20 ธันวาคม 2009, 19:55:05 »

^
^

ไม่จริงหรอก
บันทึกการเข้า

Don’t let your heart be filled with sorrow.   For all you know tomorrow, the dream that you wish will come true.

No matter how you heart is grieving,   If you keep on believing, the dream that you wish will come true.

"When you can dream, then you can start.   A dream is a wish you make with your heart."
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
` MeDicinE KKU Community `หน้าพระรูปมุมเด็กมัธยมหัวข้อ: พุทธศาสนสุภาษิต หรือหลักคำสอนศาสนาอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาแพทย์
กระโดดไป:  


Visitors counter
Since 6 March 2007